ตั้งแต่แรกที่ซูหนีอานเห็นป้าคนนี้ เธอก็เดาออกแล้วว่าเป็นคนแบบไหน คนประเภทนี้เธอเจอมานักต่อนัก
ถ้าเจอคนแบบนี้ ก็ลงมือให้เด็ดขาดกว่าอีกฝ่ายไปเลย
พออีกฝ่ายเสียเปรียบสักครั้ง ก็จะกลัวเอง
ก่อนหน้านี้ป้าคนนี้คงเป็นคนใหญ่คนโตในหมู่บ้านของพวกเขา ใคร ๆ ก็กลัวจนไม่กล้าไปมีเรื่องด้วย ถึงได้ยังวางท่าโอหังอยู่ข้างนอกแบบนี้
เรื่องบานปลายจนน่าเกลียด พนักงานรถไฟที่พยายามห้ามทั้งสองคนไม่ให้ทะเลาะกันมาตลอดก็หมดปัญญา ได้แต่ถอนหายใจเบา ๆ ก่อนเอ่ยว่า “พวกเรามาใจเย็นกันก่อน ถอยกันคนละก้าว กลับไปนั่งที่ของตัวเองดีไหม?”
ซูหนีอานยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย “ฉันไม่มีปัญหา”
ยังไงอีกฝ่ายก็ใส่ร้ายเธอไปแล้ว เมื่อครู่เธอตบกลับไปหนึ่งฉาดก็ถือว่าหายกัน
เมื่อเห็นว่าคนรอบข้างต่างมองมาที่ตัวเอง ป้าคนนั้นก็อยากโวยวายว่าไม่ยอม แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครอยู่ข้างเธอเลย
“คุณย่านั่งเถอะครับ ผมไปยืนตรงโน้นดีกว่า” เด็กหนุ่มที่รู้สึกอับอายมองป้าคนนั้น ก่อนทิ้งคำพูดไว้แล้ววิ่งหนีไป
“เฮ้ย ไอ้เด็กเวร แกจะไปไหน!”
ป้าคนนั้นฉวยโอกาสวิ่งตามไปจนถึงตู้โดยสารอีกตู้หนึ่ง
เพราะคนแน่นมาก สายตาของทุกคนจึงถูกบดบัง ไม่มีใครเห็นว่าหลังจากนั้นทั้งสองคนเป็นอย่างไร
พนักงานรถไฟเห็นเรื่องลงเอยแบบนี้ก็อดถอนหายใจไม่ได้ จากนั้นหันไปยิ้มให้ซูหนีอานแล้วพูดว่า “ในเมื่อสองคนนั้นไปแล้ว คุณก็กลับไปนั่งที่ของตัวเองเถอะค่ะ”
