กลางความมืด ซูหนีอานได้ยินเพียงเสียงหอบหายใจของตัวเอง
กล้ามท้องเป็นมัด ๆ ของชายหนุ่มแนบชิดกับหน้าท้องของซูหนีอาน เธอถึงกับรู้สึกได้ถึงแนวกล้ามเนื้อที่เสียดสีกับผิวกาย
กู้ชิงอวี่ไม่ใช่พวกถือพรหมจรรย์หรอกหรือ แล้วผู้ชายที่กำลังกดทับเธออยู่ตอนนี้ ทั้งยังบอกว่าเอาอีกสักรอบนี่ใครกัน?
“ร…รอก่อน…ฉันไม่ไหวแล้ว…” ซูหนีอานโบกมือ อยากทำให้ชายหนุ่มเลิกคิดจะเอาอีกสักรอบ
บนเตียงกับนอกเตียง กู้ชิงอวี่ราวกับเป็นคนละคน
แม้ตอนอยู่นอกเตียง กู้ชิงอวี่จะไม่ได้เย็นชากับซูหนีอาน แต่ท่าทีก็ยังเรียบเฉย จนดูไม่ออกว่าเขาคิดอะไรกับเธอในแง่นั้นหรือเปล่า
แต่พออยู่บนเตียง เขากลับติดเธออย่างน่ากลัว ขอแค่ซูหนีอานคิดจะหนี ชายหนุ่มก็จะดึงเธอกลับมาทำต่อทันที
คนเขียนเข้าใจคำว่าถือพรหมจรรย์ผิดไปหรือเปล่า? กู้ชิงอวี่นี่ตัณหาจัดถึงขีดสุดเลยจริง ๆ ตอนแรกซูหนีอานพยายามกดเสียงของตัวเองไว้ กลัวคนในตระกูลกู้ที่อยู่ห้องข้าง ๆ จะได้ยิน
แต่สุดท้ายเธอก็ควบคุมเสียงร้องของตัวเองไม่ไหว ได้แต่คอยตอบสนองกู้ชิงอวี่ไปเรื่อย ๆ จะได้เจ็บปวดน้อยลงหน่อย
ท่ามกลางการพลิกไปพลิกมาและคลอเคลียไม่หยุด ซูหนีอานสะลึมสะลือจนเหมือนได้ยินเสียงไก่ขัน ในที่สุดชายหนุ่มก็ยอมปล่อยเธอ จากนั้นก็เช็ดตัวให้เธออย่างเบามือ
ตอนนี้ซูหนีอานมีแต่ความขุ่นเคืองต่อกู้ชิงอวี่เต็มอก
เธอเหนื่อยจนแทบขยับนิ้วไม่ได้ กู้ชิงอวี่ปรนนิบัติเธอก็เป็นเรื่องสมควรอยู่แล้ว
ในความสะลึมสะลือ เธอรู้สึกเหมือนมีคนจูบหน้าผาก จากนั้นซูหนีอานก็ผล็อยหลับไป
