ซูหนีอานเดินกลับเข้าห้องของตัวเอง มองดูห้องเก่าที่พังทลายที่คู่สามีภรรยาซูอ้ายกั๋วจัดให้เธออยู่ ก็อดขำในความโกรธไม่ได้
ต้นฉบับเจ้าของร่างนี่ชะนีจริง ๆ ดีที่เธอซูหนีอานภูมิคุ้มกันเรื่องความผูกพันทางเครือญาติไปแล้วเต็มร้อย
ไม่มีใครรักก็เมื่อไหร่ งั้นเธอก็รักตัวเองให้ดี ๆ สิ
เมื่อล้มตัวลงบนเตียง ซูหนีอานหลับตาลง จัดระเบียบความทรงจำและเนื้อเรื่องของนิยายในหัวสมอง
ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม ไม่มีแม้แต่เส้นผมบัวขลิบเกี่ยวข้องกับทิศทางของเนื้อเรื่องช่วงต่อไปเลย
จะว่าไปเจ้าของร่างก็เป็นได้แค่ตัวประกอบถูกบดขยี้ ตัวประกอบเอาไว้เทียบให้นางร้ายซูซีซีที่ทิ้งคู่หมั้นอย่างพระเอกตั้งแต่ช่วงต้น แล้วเรียกเจ้าของร่างมาแต่งแทนเพื่อยกเลิกหมั้น ดูน่าสงสารสมชื่อ
ในเนื้อเรื่องเดิม วันนี้เจ้าของร่างควรจะกระโดดแม่น้ำตายไปแล้ว
ความทรงจำของเจ้าของร่างที่ซูหนีอานค้นเจอได้ มีแต่วิธีที่เธอถูกบ้างของน้าสาวทารุณกร้ำเหยียบ
ยิ่งไปกว่านั้น ก่อนที่ตระกูลซูจะมารับเข้ามาอยู่กรุงจิง ซูหนีอานที่เพิ่งครบ 18 ปีถูกครอบครัวน้าสาวกลั่นแกล้งคิดจะยกเธอไปแต่งให้หมูชาวบ้านรายหนึ่งในหมู่บ้านซะด้วย
คนฆ่าหมูนี่นะ ทั้งมีเงินมีเนื้อ อย่างน้อยเรื่องสินสอดก็ไม่น่าเป็นห่วง
ดังนั้นเมื่อเห็นคู่สามีภรรยาซูอ้ายกั๋วมารับ เจ้าของร่างแทบถือว่าทั้งสองเป็นผู้ช่วยชีวิตของตน
ท่ามกลางการดวลกันระหว่างความดีใจกับความสิ้นหวังแบบนั้น จึงไม่แปลกใจเลยที่เจ้าของร่างจะคิดสั้น
เอาละ มาว่ากันต่อเรื่องเนื้อเรื่องเดิม
ซูหนีอานอดถอนใจไม่ได้ นิยายต้นฉบับเล่มนั้นเธอเหมือนจะไม่ได้อ่านกี่หน้าหนา ก็ขำ ๆ สบถสักหน่อยแล้วโยนทิ้งไป
เนื้อเรื่องโดยรวมก็คือ พระเอกนางเอกรู้จักกันในชนบท พระเอกถูกส่งลงไปเรียนรู้ชีวิตชนบท นางเอกเป็นบุตรคนเมืองที่ถูกส่งลงไป ทั้งสองต่างเกิดความรู้สึกต่อกันตั้งแต่อยู่ชนบท
ทว่าต่อมาด้วยความเข้าใจผิดนานัปการ ทั้งคู่ก็ไม่ได้ครองคู่กัน ต่อมาครอบครัวพระเอกได้รับการเคลียร์ชื่อเสียงและกลับมายังกรุงจิง
ต่อมาอีกหลายปี พระเอกนางเอกก็พบกันอีกครั้งในจุดสูงสุดของชีวิต
จากนั้นก็คงเป็นการรื้อฟื้นความผูกพันเดิม แต่ซูหนีอานก็ไม่ได้อ่านต่อแล้ว
ในสายตาของซูหนีอานคนที่หมกมุ่นอยู่กับเงิน นิยายต้นฉบับเล่มนี้ก็คือเธอรักฉันฉันรักเธอ แต่เราก็ไม่เคยอยู่ด้วยกันได้ ทรมานหัวใจกันไปเรื่อย ๆ
ที่มากกว่านั้นคือคาแรกเตอร์ของพระเอก จริง ๆ ซูหนีอานไม่รู้สึกเลยว่าเขามีใจให้นางเอก เพราะตลอดมามีแต่นางเอกที่คอยเอาอกเอาใจ
ส่วนพระเอกนั้น สิ่งที่นิยายบรรยายไว้มากที่สุดก็คือคำอย่างแกร่งเยือกเย็น สง่างาม หล่อเหลา ไม่เข้าใกล้ผู้หญิง สำรวมราคาตัว อะไรแบบนี้เป็นต้น
ซูหนีอานก็ไม่รู้ว่าผู้เขียนคิดอะไรอยู่ ที่คิดได้ก็คงอยากเขียนพระเอกของตัวเองให้เป็นหนุ่มโสดพันปีที่รักมีแค่นางเอกคนเดียว
นี่แหละคือเหตุผลที่ซูหนีอานตกลงแต่งงานกับพระเอกอย่างกูชิงอวี่
อีกฝ่ายไม่เข้าใกล้ผู้หญิง งั้นก็พอดีเป๊ะไม่ใช่เหรอ
พอแต่งไปแล้ว ก็ไปทุกข์ทนตามตระกูลซูช่วงหนึ่ง พอครอบครัวพระเอกได้รับการเคลียร์ชื่อเสียง ซูหนีอานจะได้เก็บเกี่ยวทั้งผลประโยชน์กองโตและทะเบียนบ้านของตัวเอง พอเป็นอิสระแล้ว จะไปตั้งรกรากที่ไหนไม่ได้ล่ะ
เคยได้ยินว่ายุคนี้อยากรวยต้องไปฝั่งเซียงกง แต่ซูหนีอานคิดว่าไปก็ได้ไม่ไปก็ได้
ด้วยฝีมือแบบของเธอ อยู่แผ่นดินใหญ่ก็ไม่อดตายหรอก
ก็ค่อย ๆ คิดค่อย ๆ ทำทีละขั้น ได้เงินที่ตระกูลซูให้มาก่อนค่อยว่ากัน
ซูหนีอานคิดไปอย่างนั้นก็หลับสบายหายไป
แต่อีกสามคนที่ยังอยู่ในห้องรับแขก อารมณ์ย่อมไม่สวยงามขนาดนั้น
"โอ๊ย~ เงินก้อนโตขนาดนั้น เธอจะยกให้ไอ้เด็กสาวตายยากจริง ๆ งั้นเหรอ?" หลิวชุ่ยหลานถามด้วยสีหน้าปวดร้าวใจ
ปกติสิ่งที่ซูอ้ายกั๋วดูถูกภรรยาตัวเองที่สุด ก็คือท่าทางเล็กความคิดแคบของเธอ
แต่คราวนี้ แม้แต่ตัวซูอ้ายกั๋วเองก็ปวดร้าวใจ
ต้องเข้าใจไว้ว่า สิ่งที่เพิ่งตกลงให้ซูหนีอานไปเมื่อครู่ คือทรัพย์สินเกือบครึ่งหนึ่งที่เป็นสมบัติมีค่าสุดของบ้านซูเขย
ก่อนหน้านี้กลัวถูกตัดสินว่าเป็นทุนนิยม ตระกูลซูเลยไม่กล้าสะสมฐานะไว้มากนัก ส่วนใหญ่บริจาคไปหมด
อีกทั้งพวกที่มีฐานะแบบเขาแล้วไปซื้อตำแหน่งงาน ก็โดนหลอกกินราคาอีก
แต่ในสถานการณ์แบบนั้น เงินย่อมสำคัญน้อยกว่างานอยู่แล้ว
ไหนจะคนในบ้านซูใช้เงินฟุ่มเฟือยเป็นนิสัย อย่าบอกว่าคู่สามีภรรยาซูอ้ายกั๋ว แม้แต่ซูซีซียังถูกทั้งสองเลี้ยงให้ขี้อ้อนขี้เกียจ ทุกมื้อต้องมีเนื้อยังไม่พอ ยังต้องซื้อเสื้อผ้าสวย ๆ อีก
ฐานะเท่าไหร่ก็ไม่พอให้คนบ้านซูใช้
ยิ่งตอนนี้ซูหนีอานยังหิ้วเงินและบัตรไปก้อนใหญ่ สำหรับตระกูลซูยิ่งเป็นน้ำแข็งบนเจ้ากรรม
"หุบปาก! ถ้าไม่อยากให้ซีซีลงไปชนบท ก็เสียเวลาพูดมากกว่า" ซูอ้ายกั๋วพูดด้วยอาการเวียนหัวนิด ๆ
"ฉัน…ฉันแค่เสียดายเงินน่ะสิ… ที่จริง…ที่จริงตอนนี้บ้านก็รัดเข็มขัดแน่นขนาดนี้แล้ว" หลิวชุ่ยหลานพูดอย่างรู้สึกผิดจนใจคอไม่ดี "รัดเข็มขัดงั้นเหรอ? แม่ลูกเธอสองคน วัน ๆ เสื้อผ้าไม่ซ้ำรูปกันเลย ความรัดเข็มขัดมันอยู่ตรงไหน? ต่อไปนี้เดือนละหนึ่งชุด ซื้อเยอะขนาดนั้นมันได้อะไร กินเข้าไปไม่ได้"
ผู้หญิงนี่มันก็รักสวยรักงามกันทั้งนั้น
ซูซีซีในฐานะนางร้ายสวยงามก็ยิ่งเสื้อผ้าไม่ซ้ำรูป
"ไม่สามารถ…ไม่สามารถผิดคำสัญญากับตระกูลกู้เหรอ? เรื่องนี้ฉันพูดเสนอมานานแล้ว ทำไมเธอถึงไม่เคยฟังเลยล่ะ? ตอนนี้ตระกูลกู้มันเหลืออะไรมากกว่าหมาไล้เร่ร่อนตรงไหน? เขาถูกย้ายลงชนบทไปบำเพ็ญแรงงานแล้ว เราจำเป็นอะไรต้องส่งลูกสาวคนหนึ่งไปให้บ้านเขา?" ความในใจที่หลิวชุ่ยหลานกลั้นมานาน ในที่สุดก็พูดออกมาได้ "ผิดคำสัญญา? เธอพูดง่ายอยู่นะ! ตอนที่ตระกูลซูตกที่นั่งลำบาก คนที่ออกมาช่วยคือท่านอากงตระกูลกู้ ด้วยหน้าของพ่อฉันน่ะ ถ้าไม่งั้นด้วยชาติกำเนิดแบบตระกูลซูเรา ทั้งบ้านต้องถูกส่งลงชนบทบำเพ็ญแรงงานทั้งครอบครัวอย่างแน่นอน เรื่องนี้คนใหญ่คนโตในกรุงจิงรู้กันหมด ถ้าเธออยากให้เราสองคนอยู่กันในกรุงจิงไม่รอด ก็เชิญผิดคำสัญญาได้เลย เพื่อเงินแค่นี้ไม่ยอมให้ซูหนีอานแต่งไป" ซูอ้ายกั๋วพูดอย่างเย็นชา
ได้ยินคำนั้น หลิวชุ่ยหลานถึงกับมึนงง "ขนาดนั้นเลยเหรอ? เป็นไปไม่ได้หรอกมั้ง? เรื่องของบ้านเรา มันเกี่ยวอะไรกับคนอื่น?" หลิวชุ่ยหลานเข้าใจยากเป็นอย่างมาก "ตระกูลกู้เขาเป็นตระกูลเก่าแก่ในกรุงจิง กับคนใหญ่คนโตในกรุงจิงเหล่านั้น มีไมตรีติดต่อกันมาบ้างทั้งนั้น ถ้าเรากล้าผิดคำสัญญา เธอก็รอดูเอาเถอะ ว่าจะถูกคนเหยียบหัวเสียดสีขนาดไหน"
ซูอ้ายกั๋วรู้สึกเสมอว่า ครั้งนี้ที่ทั้งบ้านตระกูลกู้ถูกส่งลงชนบทลวก ๆ อย่างนี้ มันไม่ธรรมดา
แต่ไม่ธรรมดาแค่ไหน เขาก็ไม่มีทางยอมให้ลูกรักอย่างซูซีซีต้องตามไปทุกข์ทน
ส่วนซูหนีอานลูกสาวแท้ ๆ ของตัวเองนั้น ในใจเขาจริง ๆ ก็มีความรู้สึกผิดบ้างอยู่ในตัว แต่ไม่มาก
อย่างไรก็ดี ในสายตาซูอ้ายกั๋ว เรื่องที่เงินแก้ได้มันก็คุ้มค่าดี
คนจำนวนไม่น้อยพอลงไปชนบทแล้วปรับตัวกับสภาพแวดล้อมไม่ได้ จบชีวิตอยู่ที่นั่นก็มีเยอะ "พ่อ… เป็นความผิดของหนูเอง" ซูซีซีข้าง ๆ มองซูอ้ายกั๋วด้วยดวงตาแช่น้ำ ตอนร้องไห้ยิ่งน่าสงสาร "ผิดอะไรของเธอ? เรื่องหมั้นนี้ปู่เป็นคนจัดให้เธอ เราก็เป็นหนี้บุญคุณตระกูลกู้อยู่แล้ว งั้นก็เอาซูหนีอานไปใช้คืนสิ เขาอยากได้เงิน ก็ให้เขาไป เรื่องนี้พวกเธออย่าพูดอีก ตอนนี้เราแค่ต้องส่งซูหนีอานไปชนบท ส่งมอบให้ถึงมือคนบ้านกู้เป็นพอ"
จากถ้อยคำของซูอ้ายกั๋ว ซูหนีอานไม่เคยถูกนับเป็นคนเลยแม้แต่น้อย
เธอเปรียบเหมือนสิ่งของชิ้นหนึ่ง ใครจะเอาไปใช้คืนหนี้บุญคุณก็ได้ จะเอาไปยกให้ใครก็ได้ตามใจ
