“ว่างสิ!”
หลินโม่ยิ้มถาม “มีอะไรหรือ มีเรื่องอะไรก็พูดมา”
เซียวชิวสุ่ยกล่าว “คุณหลิน คืออย่างนี้ค่ะ ต่อจากนี้ฉันต้องออกตามหายามารักษาคุณปู่ คงไม่มีเวลาดูแลบริษัทมากนัก ฉันจึงอยากเชิญคุณมาที่กลุ่มบริษัทเซียวติ่งพรุ่งนี้เช้า ให้คุณรับตำแหน่งผู้จัดการใหญ่แทนฉันชั่วคราว เพื่อดำเนินการความร่วมมือกับบริษัทซูกรุ๊ปให้สำเร็จค่ะ”
“บริษัทซูกรุ๊ปเป็นบริษัทของภรรยาคุณ ฉันคิดว่าคุณคงรู้จักดีอยู่แล้ว หากร่วมมือกันก็น่าจะราบรื่นแน่นอนค่ะ”
“เอ่อ...” หลินโม่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนยิ้มบาง ๆ “คุณหนูเซียว นี่คุณกำลังจะผูกผมไว้กับกลุ่มบริษัทเซียวติ่งหรือ?”
“ชิวสุ่ยไม่กล้าค่ะ!” เซียวชิวสุ่ยรีบกล่าว “หากคุณหลินไม่เต็มใจ ก็ถือว่าชิวสุ่ยไม่เคยพูดเรื่องนี้แล้วกันค่ะ”
“ไม่เป็นไร อย่างไรเสียผมก็ต้องอยู่ที่เมืองอวิ๋นไห่อีกสักพัก รับตำแหน่งผู้จัดการใหญ่เล่น ๆ ก็ไม่เลว”
ได้ยินดังนั้น เซียวชิวสุ่ยก็กล่าวอย่างตื่นเต้น “คุณหลินตกลงแล้วหรือคะ?”
“อืม” หลินโม่ตอบสั้น ๆ
“ถ้าอย่างนั้นก็ดีค่ะ พรุ่งนี้ฉันจะให้เลขาฯ ไปรับคุณ”
“ไม่ต้อง ให้เธอรออยู่หน้าบริษัทก็พอ”
หลินโม่พูดจบก็วางสาย
มารเสน่หาเห็นดังนั้นก็ถามด้วยน้ำเสียงเจือความหึงหวงเล็กน้อย “นายท่าน ผู้หญิงคนนั้นเป็นคนรักของท่านหรือเจ้าคะ?”
หลินโม่ตอบอย่างไม่ใส่ใจ “ทำหน้าที่ของเจ้าให้ดี เรื่องที่ไม่ควรถามก็อย่าถาม”
“ข้าน้อยเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ”
มารเสน่หาทำปากยื่น ก่อนยื่นแขนหยกที่เหลืออยู่เพียงข้างเดียวออกมานวดตัวให้หลินโม่ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า
……
อีกด้านหนึ่ง
ภายในตระกูลหวัง
ในห้องโถง หวังเต๋อฟาเดือดดาลจนฟาดมือลงบนโต๊ะอย่างแรง “บัดซบ!”
“เซียวชิวสุ่ยนังแพศยานั่น ถึงกับเลือกบริษัทซูกรุ๊ป แล้วปฏิเสธที่จะร่วมมือกับฉัน!”
“สงสัยเมื่อเช้าหัวคงโดนประตูหนีบมา!”
