ห้องทำงานผู้จัดการใหญ่
เมื่อหลินโม่เดินเข้ามา กลิ่นหอมอ่อน ๆ ก็โชยเข้ามาปะทะจมูก คงเป็นกลิ่นที่เซียวชิวสุ่ยทิ้งไว้จากการทำงานที่นี่มาเนิ่นนาน
เฉินเหวินเดินตามเข้ามาติด ๆ แล้วกล่าวว่า “หลินโม่ แม้คุณหนูจะอนุญาตให้นายนั่งทำงานที่นี่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่านายจะหยิบจับข้าวของของคุณหนูตามใจชอบนะ ได้ยินไหม!”
“ถ้าคุณหนูกลับมาแล้วพบว่าของหายไปแม้แต่ชิ้นเดียว ฉันไม่ปล่อยนายไว้แน่!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น
หลินโม่ก็ขมวดคิ้วแน่น แววตาเต็มไปด้วยความรำคาญ
ตั้งแต่เขามาที่กลุ่มบริษัทเซียวติ่ง ผู้หญิงคนนี้ก็เหมือนกินดินปืนมา คอยหาเรื่องเขาทุกทาง ทั้งที่เซียวชิวสุ่ยเชิญเขามาทำงานแท้ ๆ เป็นเลขาของเธอเสียเปล่า ทำไมถึงไม่มีไหวพริบเอาเสียเลย?
“ตอนนี้ฉันเป็นผู้จัดการใหญ่ จะทำอะไรหรือทำอย่างไร ยังไม่ถึงคิวเลขาอย่างเธอมาพูดมาก ออกไป ฉันไม่อยากเห็นหน้าเธอ!”
หลินโม่มองเฉินเหวินแล้วพูดตรง ๆ
“นาย!”
เฉินเหวินโมโหจนแทบคลั่ง กำลังจะเปิดปากด่า ทันใดนั้นก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
วินาทีต่อมา
ชายหนุ่มในชุดสูทเรียบร้อยคนหนึ่งเดินเข้ามาแล้วกล่าวว่า “พี่เฉินเหวินครับ แผนความร่วมมือกับบริษัทตระกูลซูจัดทำเสร็จแล้ว รบกวนพี่ช่วยตรวจดูด้วยครับ!”
“ถ้าไม่มีปัญหา ก็เรียกคนจากบริษัทตระกูลซูมาเซ็นสัญญาได้เลยครับ”
เฉินเหวินกำลังจะรับแผนงาน หลินโม่ก็เอ่ยขึ้นว่า “นายอยู่แผนกไหน? มองไม่เห็นหรือไงว่าผู้จัดการใหญ่อยู่ตรงนี้? ข้ามหัวผู้จัดการใหญ่เอาเอกสารให้เลขาตรวจ นายหมายความว่ายังไง?”
ชายหนุ่มมองหลินโม่ ท่าทีของอีกฝ่ายไม่ได้ทำให้เขาประหลาดใจเลย เขาจึงแสร้งทำท่าจริงจังแล้วกล่าวว่า “ขอโทษครับคุณ บริษัทของเรามีคุณเซียวเป็นผู้จัดการใหญ่ ไม่ทราบว่าคุณเป็นใครครับ?”
