จืออี้รู้สึกเป็นกังวลอยู่บ้าง แต่นางก็เข้าใจดีว่าต่อให้ไปด้วยก็คงช่วยอะไรไม่ได้ อีกอย่างตอนนี้นางอยู่ที่จวนก็ยังพอช่วยเหลือท่านหญิงได้
ทำได้เพียงกำชับชุนฮวาอย่างละเอียดไม่กี่ประโยค
“ชุนฮวา อีกเดี๋ยวตามท่านหญิงไป ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องรับประกันความปลอดภัยของท่านหญิงให้ได้”
“พี่จืออี้วางใจได้ ข้าจะคุ้มครองท่านหญิงให้ดีที่สุด”
นายบ่าวสองคนมีท่าทีสบายๆ ไม่มีความตื่นเต้นกับการต้องขึ้นโรงขึ้นศาลแม้แต่น้อย
คนจากศาลเมืองหลวงมาถึงแล้ว แต่มิกล้าบุกรุก ด้วยความมีมารยาทจึงรออยู่ด้านนอกจวนอันซุนโหว หากท่านหญิงอันซุนโหวไม่เต็มใจไป พวกเขาค่อยใช้กำลัง
นี่คือคำสั่งของท่านเจ้าเมืองตอนที่ออกมา
นายบ่าวสองคนเดินมาถึงหน้าประตูจวน หวังหัวหน้าโทนำเจ้าหน้าที่ศาลสองนายเดินเข้ามาคำนับ
“คารวะท่านหญิงอันซุนโหว”
“หลายท่านไม่ต้องมีพิธีรีตองนัก ไปกันเถอะ”
ในจวนเพิ่งเปลี่ยนคนดูแล การทำงานก็รวดเร็วขึ้น ไม่เหมือนแต่ก่อนที่นางจะออกไปข้างนอก บ่าวในจวนเตรียมรถม้าทำท่าจะชักช้าเป็นนาน
ตอนนี้คนเฝ้าประตูไปแจ้งที่คอกม้า รถม้าก็เตรียมพร้อมเรียบร้อย เมื่อจี้เยว่หรูก้าวออกมา รถม้าที่ประทับตราของจวนอันซุนโหวก็จอดนิ่งรออยู่หน้าประตูจวนแล้ว
เมื่อเห็นนายบ่าวสองคนกำลังจะขึ้นรถ หวังหัวหน้าโทก็อดพูดขึ้นมาอีกไม่กี่ประโยคไม่ได้
“ท่านหญิง ท่านพ่อแม่ไปฟ้องร้องท่านที่ศาลเมืองหลวง ขอท่านเตรียมใจไว้ด้วย”
“ขอบใจที่เตือน”
พูดตามตรง หวังหัวหน้าโทเป็นหัวหน้าโทมานานหลายปี ยังไม่เคยเห็นว่าบิดามารดาที่เป็นขุนนางจะมาฟ้องร้องลูกสาวแท้ๆ ของตัวเองว่า ทำร้ายร่างกายพวกตน
