“เฉินหยวน?!”
พอจำคนตรงหน้าได้ หลิวเอ่อร์ไหลจื่อก็แสดงสีหน้าเหยียดหยาม
คนในหมู่บ้านแถบนี้ใครบ้างไม่รู้ว่าไอ้หมอนี่ก็แค่ผู้ชายที่ไปช่วยดูแลครอบครัวคนอื่นที่ขาดชายสู่ขอ
ในยุคนี้ คนที่ทำแบบนั้นมีน้อยมาก ขอแค่มีสักคน ก็กลายเป็นเรื่องซุบซิบหลังมื้ออาหารของทุกบ้านแล้ว
เฉินหยวนมองหลิวเอ่อร์ไหลจื่ออย่างเย็นชา จากนั้นก็ยกปืนล่าสัตว์ขึ้นอย่างไม่หวั่นเกรง จ่อปากกระบอกใส่หลิวเอ่อร์ไหลจื่อ!
หลิวเอ่อร์ไหลจื่อที่กำลังหัวเราะเยาะอยู่เมื่อครู่ พลันยืนนิ่งเป็นไก่ตาแตก!
เดี๋ยวก่อน...!
ทำไมถึงชักปืนขึ้นมาโดยไม่พูดไม่จาสักคำล่ะ?!
เมื่อปากกระบอกปืนดำมืดเล็งมาที่หลิวเอ่อร์ไหลจื่อ แผ่นหลังที่เคยตั้งตรงก็ห่อลงทันที
“เฉิน...เฉินหยวน! แกจะทำบ้าอะไรน่ะ!!”
ลูกน้องสองคนที่อยู่ข้าง ๆ เห็นดังนั้นก็ทำท่าจะเข้าไป
เฉินหยวนชักมีดล่าสัตว์เล่มใหญ่ยาวสามสิบเซนติเมตรออกมา ชี้ใส่ทั้งคู่
ทั้งสองหยุดชะงัก ไม่กล้าก้าวไปข้างหน้าแม้แต่ครึ่งก้าว!
หลิวเอ่อร์ไหลจื่อกลืนน้ำลาย น่องสั่นพั่บ ๆ
“เฉินหยวน เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับนาย ตระกูลหลิวยังติดหนี้พวกเราอยู่ หนี้ก็ต้องใช้ เป็นเรื่องสมเหตุสมผล นายทำแบบนี้มันก็...”
เฉินหยวนไม่สนใจเขา แต่ทอดสายตาข้ามตัวหลิวเอ่อร์ไหลจื่อไปยังลานบ้าน
เห็นเพียงข้าวของกระจัดกระจายเต็มลานและในบ้าน หม้อชามไหแตกละเอียดเกลื่อนพื้น
แม้แต่กระต่ายน้อยที่เซี่ยฉุ่ยเหมย์เฝ้าทะนุถนอมก็ถูกฆ่าตายจนหมด!
แม้ลานบ้านแห่งนี้จะเก่าทรุดโทรม แต่สองวันที่ผ่านมาก็เพิ่งจะมีบรรยากาศอบอุ่นเหมือนบ้านขึ้นมาบ้าง
ทุกอย่างกำลังค่อย ๆ ดีขึ้น
เขาเพิ่งออกไปไม่ถึงครึ่งวัน ทุกอย่างก็ถูกทำลายจนหมดสิ้น!
ความโกรธในใจเฉินหยวนพุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ!
“พี่ไหลจื่อ...ไอ้หมอนี่ดูท่าจะไม่ใช่คนที่หาเรื่องด้วยง่าย ๆ นะ...”
“จะกลัวอะไร? มันมีคนเดียว จะก่อเรื่องอะไรได้? พวกเราสามคนยังจัดการมันคนเดียวไม่ได้อีกหรือ?”
เพิ่งพูดจบ เขาก็เห็นสายตาของเฉินหยวนจับจ้องไปที่ใบหน้าเซี่ยฉุ่ยเหมย์
แก้มข้างหนึ่งของเซี่ยฉุ่ยเหมย์บวมเป่ง มุมปากยังมีรอยเลือดติดอยู่
เมื่อเห็นสายตาของเฉินหยวน เซี่ยฉุ่ยเหมย์ก็กลั้นความน้อยใจไว้ไม่อยู่ ร้องไห้ออกมา
