เมื่อเห็นคนที่มาถึง เฉินหยวนก็รีบทักทาย “ตำรวจหลี่ คุณมาแล้วหรือ?”
พอได้ยินเช่นนั้น หลิวเหวินผิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็พลันดีใจขึ้นมา
นี่คือตำรวจจากกองตำรวจสืบสวนที่เฉินหยวนพูดถึงหรือ?!
หลี่ไห่จู่ยิ้มพลางจับมือกับเฉินหยวน จากนั้นก็เดินไปวนดูหมูป่ารอบหนึ่ง
พอเห็นว่ามีหมูป่ามากมายขนาดนี้ สีหน้าของเขาก็เผยความพึงพอใจออกมาทันที
“ไม่เลวนี่ เฉินหยวน! นี่นายกวาดรังหมูป่ามาหมดเลยหรือไง!”
พูดจบ เขาก็หันไปกวาดตามองชาวบ้านที่อยู่รอบ ๆ
“พี่น้องชาวบ้านทุกท่าน หมูพวกนี้ผม หลี่ไห่จู่ ตกลงกับเฉินหยวนไว้ล่วงหน้าแล้ว! อีกสองวันกองตำรวจสืบสวนของเราจะจัดงานสัมพันธ์ไมตรี คนหลายสิบคนกำลังรอกินเนื้อพวกนี้อยู่!”
ในกลุ่มคนมีบางคนไม่พอใจ พึมพำเสียงเบา
“จองไว้หรือ? ทำไมฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลย?”
“ฉันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจคนนี้คงมาช่วยเฉินหยวนแก้สถานการณ์ แค่หาข้ออ้างขึ้นมาเท่านั้นแหละ!”
“แน่อยู่แล้ว! พวกเขาเป็นเจ้าหน้าที่ ส่วนเราเป็นชาวบ้าน เฮ้อ โลกนี้มืดมนจริง ๆ นะ~”
หลี่ไห่จู่ส่ายหน้าอย่างจนปัญญา
เขาไม่กล้าอธิบายอะไรกับชาวบ้านกลุ่มนี้ต่อ ยิ่งอธิบายก็ยิ่งฟังดูมีพิรุธ
“พี่น้องชาวบ้านทุกท่าน เรื่องนี้ผมกับเฉินหยวนตกลงกันไว้จริง ๆ เงินผมก็เอามาด้วยแล้ว!”
“อีกอย่าง อย่ากล่าวหาเจ้าหน้าที่ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่โดยพลการ ไม่อย่างนั้นแค่ความผิดฐานใส่ร้ายก็เพียงพอให้เชิญพวกคุณไปดื่มชาที่โรงพักได้แล้ว!”
ขณะที่พูด เขาก็ล้วงธนบัตรปึกหนาออกมาจากอกเสื้อ แล้วนับเงินห้าร้อยหยวนต่อหน้าทุกคน
“นี่ห้าร้อยหยวน ผมซื้อหมูตัวใหญ่สองตัวของนาย ตอนนี้จะขนไปเลย!”
ห้าร้อยหยวน!
ฝูงชนที่ยืนดูเหตุการณ์ต่างสูดลมหายใจเฮือกใหญ่พร้อมกัน
ในยุคนี้ แรงงานหนุ่มหนึ่งคนทำงานในทีมผลิตตลอดทั้งปี คะแนนแรงงานที่ได้เมื่อนำมาแปลงเป็นเงินแล้วก็มีแค่ร้อยกว่าหยวนเท่านั้น
