คุณหมอไป๋มองท่าทางได้ใจของเขาแล้วแค่นเสียงฮึดฮัดอย่างแรง
“จะภูมิใจอะไรนักหนา ก็ไม่ใช่ลูกสาวนายสักหน่อย”
“แต่เป็นหลานสาวฉันนะ” เฮ่อจิ่งสิงเท้าคาง เอ่ยอย่างเอื่อยเฉื่อย
คุณหมอไป๋เห็นท่าทางได้ใจของเขาแล้วก็ยิ่งหงุดหงิด
เขาหันไปมองซุ่ยซุ่ย ใบหน้าเหี่ยวย่นพลันยิ้มแย้มราวกับดอกไม้บาน ก่อนจะดัดเสียงให้อ่อนหวาน พยายามทำตัวให้อ่อนโยนที่สุด
“ซุ่ยซุ่ยจ๊ะ อยากมาเป็นหลานสาวของคุณปู่ไหม ต่อไปถ้าป่วย คุณปู่จะรักษาให้ฟรีเลยนะ”
พอได้ยินแบบนั้น ซุ่ยซุ่ยก็ส่ายหน้าทันที “ไม่เอาค่ะ หนูมีคุณปู่อยู่แล้ว”
“งั้นมาเป็นเหลนของคุณปู่ไหมล่ะ” ยังไงปีนี้เขาก็อายุ 96 แล้ว เป็นวัยที่เหมาะจะมีเหลนพอดี
ยังไม่ทันที่ซุ่ยซุ่ยจะพูด เฮ่อจิ่งสิงก็แค่นเสียงฮึดฮัด “งั้นก็ลองดูสิว่าพ่อฉันจะไม่มาซัดนายหรือเปล่า”
เหลนของซุ่ยซุ่ยก็ต้องเป็นลูกของพ่อเขาน่ะสิ ตาแก่นี่รู้จักฉวยโอกาสเข้าตัวจริง ๆ
พูดแค่ประโยคเดียวก็ฉวยประโยชน์จากคนทั้งบ้านของพวกเขาไปหมด
คุณหมอไป๋นึกถึงนิสัยของคุณปู่เฮ่อแล้วก็ยอมแพ้
ช่างเถอะ ตอนนี้คุณปู่เฮ่อเกษียณแล้ว วัน ๆ อ่านหนังสือพิมพ์กับเดินเล่น ดูเหมือนเป็นคุณตาใจดี แต่ความจริงเขาพูดดีด้วยแค่ต่อหน้าภรรยาเท่านั้น พออยู่ต่อหน้าคนนอกก็เจ้าเล่ห์และเด็ดขาดไม่แพ้ใคร
หลอกง่ายเสียที่ไหน
หลอกหลานสาวตัวน้อยไม่ได้ อึดอัดใจชะมัด
เขาทุบอกตัวเอง สีหน้าไม่สบอารมณ์
เห็นสีหน้าเขาแล้วซุ่ยซุ่ยก็อดยกมือปิดปากแอบหัวเราะไม่ได้
คุณปู่คนนี้ตลกจังเลย
ตอนที่เขาฝังเข็มให้เฮ่อจิ่งสิง ซุ่ยซุ่ยก็นอนคว่ำอยู่ข้าง ๆ มองอย่างตั้งใจ มือเล็ก ๆ ยังทำท่าตามด้วย
คุณหมอไป๋เห็นแล้ว ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัว “หนูน้อย มาเป็นศิษย์ฉันไหม ฉันจะถ่ายทอดวิชาแพทย์ทั้งหมดให้”
