วันนั้น ระหว่างที่คุณหมอไป๋เข้าไปในห้อง ซุ่ยซุ่ยก็อุ้มดอกฟางตงเดินออกไปข้างนอก
ก่อนออกไปยังไม่ลืมกำชับถั่งเช่าว่า “ช่วยบอกอาจารย์ให้หน่อยนะว่าหนูจะขึ้นเขาไปหาโสมให้คุณอาสาม”
ถั่งเช่าไหวเอนไปมา รับรู้แล้ว ๆ มันจะบอกให้แน่นอน
ซุ่ยซุ่ยออกไปอย่างวางใจ
เดิมทีเธอก็อยากบอกอาจารย์เหมือนกัน แต่ก่อนหน้านี้ตอนอาจารย์ไปเก็บสมุนไพร ไม่เคยยอมพาเธอไปด้วย ครั้งนี้ก็คงไม่ยอมเหมือนกัน เธอไปเองดีกว่า
คนหนึ่งคนกับดอกไม้หนึ่งดอก ต่างก็ยังไร้เดียงสาไม่รู้จักกลัว มุ่งหน้าไปยังหลังเขา ทิ้งรอยเท้าเป็นทางไว้บนพื้น ไม่นานร่างเล็ก ๆ ก็หายลับไปจากสายตา
สองชั่วโมงผ่านไป ซุ่ยซุ่ยทุบขาสั้น ๆ ที่ปวดเมื่อยพลางถามว่า “ฮวาฮวา ทำไมยังไม่ถึงสักที”
ดอกฟางตงไหวกลีบดอกสีเหลืองไปมา “อีกไกลเลยล่ะ นั่นโสมอายุห้าร้อยปีเชียวนะ ถ้าหาง่ายขนาดนั้น ก็คงถูกเก็บไปหมดแล้วสิ”
ฟังดูมีเหตุผลนะ
ซุ่ยซุ่ยกำหมัดเล็ก ๆ ให้กำลังใจตัวเอง
เพื่อคุณอาสาม สู้เขา!
เธอฮึดขึ้นมาอีกครั้ง แล้วเดินขึ้นเขาต่อไปตามทางที่ดอกฟางตงชี้
เดินไปเดินมา ฟ้าก็ใกล้มืดแล้ว
เฮ่อจิ่งสิงไม่เห็นเด็กหญิงตัวน้อยมาทั้งวัน พอถึงเวลาอาหารเย็นก็ยังไม่เห็นเธอ จึงถามอย่างสงสัยว่า “ซุ่ยซุ่ยอยู่ไหน”
คุณหมอไป๋ก็แปลกใจไม่น้อย “เธอไม่ได้อยู่กับคุณเหรอ”
เขาเองก็ไม่เห็นเธอมาทั้งวัน นึกว่าเธอไปอยู่เป็นเพื่อนเฮ่อจิ่งสิงเสียอีก
พอได้ยินเช่นนั้น สีหน้าเฮ่อจิ่งสิงก็เปลี่ยนไป
คุณหมอไป๋เองก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ รีบออกตามหาทั่วบริเวณจนหน้าซีดเผือด
