ส่วนมันคืออะไรกันแน่ คุณปู่ต้นไม้ใหญ่ก็ไม่รู้เหมือนกัน
ได้ยินอย่างนั้น แววตาของเฮ่อจิ่งสิงก็ไหววูบ วันนั้นเซี่ยผิงดื่มเหล้าจริง ๆ แต่... “เธอรู้ได้ยังไง?”
ซุ่ยซุ่ยชี้ไปที่ต้นไม้ใหญ่ “คุณปู่ต้นไม้ใหญ่บอกค่ะ”
ต้นไม้พูดได้ด้วยเหรอ?
เฮ่อจิ่งสิงไม่เข้าใจ
แต่ถ้าหยูปินป่วยหนักจริง ๆ การที่เขาฆ่าตัวตายแล้วใส่ร้ายเซี่ยผิง ส่วนเซี่ยผิงก็ถูกวางยาและคิดว่าตัวเองเป็นคนฆ่า แบบนี้ก็ฟังขึ้นอยู่
บริษัททั้งสองเป็นศัตรูกันมาตลอด ตั้งแต่เกิดเรื่องนี้ หุ้นของตระกูลเซี่ยก็ร่วงหนัก จนเริ่มชำระบัญชีเพื่อเตรียมล้มละลายแล้ว
เฮ่อจิ่งสิงมองชั้นวางเหล้าข้าง ๆ ได้ยินมาว่าวันนั้นหยูปินเป็นคนชวนเซี่ยผิงมากินข้าว เดิมทีตั้งใจจะเลิกเป็นศัตรูและคืนดีกัน แต่สุดท้ายเซี่ยผิงกลับเมามายจนขาดสติและฆ่าหยูปิน
เหล้าขวดที่ถูกผสมอะไรบางอย่างลงไป น่าจะอยู่ที่นี่ด้วย
“ขวดไหนกันนะ?”
ต้นไม้ใหญ่นอกหน้าต่างไหวอีกครั้ง ซุ่ยซุ่ยยกนิ้วชี้ทันที “อาเล็ก ขวดนี้ค่ะ ขวดสีแดงที่อยู่ลึกเข้าไปข้างในสุด”
จ้าวเจิ้งเฟยรีบหยิบขวดนั้นลงมา เฮ่อจิ่งสิงดมดู สีหน้าเปลี่ยนไปทันที ก่อนจะปิดฝาขวด “กลิ่นไม่ใช่แบบนี้”
อะไรนะ?
จ้าวเจิ้งเฟยลองดมบ้าง “ไม่เหมือนกันเหรอ?”
เฮ่อจิ่งสิงไม่พูดพร่ำทำเพลง บอกไปตรง ๆ ว่า “ไปตรวจสอบ”
พี่รองของเขาชอบสะสมเหล้ามาก ไวน์แดงแบบนี้ก็มีอยู่ขวดหนึ่ง แต่กลิ่นไม่ใช่แบบนี้
เห็นเขาไม่ได้พูดเล่น จ้าวเจิ้งเฟยก็รีบไปตรวจสอบทันที
หนึ่งชั่วโมงต่อมา เขาโทรศัพท์มาหา น้ำเสียงตื่นเต้น “ในเหล้ามีอะไรผสมอยู่จริง ๆ เป็นยาหลอนประสาทแอลเอสดี!”
เฮ่อจิ่งสิงรับคำเรียบ ๆ แล้วอดเหลือบมองซุ่ยซุ่ยที่กำลังปลูกดอกไม้กับคุณนายเฒ่าเฮ่อไม่ได้ แววตาลุ่มลึกขึ้นเล็กน้อย เด็กน้อยพูดถูกจริง ๆ ด้วย
