ความเคลื่อนไหวทางนี้ดึงดูดให้คนอื่น ๆ หันมามองด้วย
คุณนายเฒ่าเฮ่อกับคุณปู่เฮ่อเดินเข้ามาอย่างสงสัย “เกิดอะไรขึ้น?”
พอเห็นทั้งสองคน หลัวชูก็ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย แล้วเตือนว่า “คุณนายเฒ่าเฮ่อ ไม่มีบัตรเชิญเข้าไม่ได้นะคะ”
ฟังดูเหมือนเธอหวังดี แต่สีหน้ากลับดูเสแสร้งเต็มที จนคุณนายเฒ่าเฮ่องุนงงไปหมด
เดี๋ยวนะ เธอมาร่วมงานรับศิษย์ของหลานรักทั้งที ยังต้องใช้บัตรเชิญอีกเหรอ?
ซุ่ยซุ่ยพองแก้ม แม้เด็กน้อยจะไม่รู้ว่าเสแสร้งเป็นแม่พระหมายถึงอะไร แต่สัมผัสได้ถึงความไม่เป็นมิตรจากอีกฝ่าย จึงพูดอย่างโมโหว่า “ใครบอกว่าพวกเราไม่มีบัตรเชิญคะ”
เธอจะโทรหาคุณครูให้ส่งบัตรเชิญมาให้คนละใบ ไม่สิ ส่งมาสิบใบเลย!
แต่บังเอิญว่าตอนนั้นคุณหมอไป๋กำลังยุ่ง แถมโทรศัพท์ก็ไม่ได้อยู่ใกล้ตัว
เสียงโทรศัพท์ดังอยู่นานก็ไม่มีคนรับ
ซุ่ยซุ่ยชะงักไป ก่อนจะมองเฮ่อหวยชวนอย่างน้อยใจนิด ๆ
“เป็นอะไรไป?” ฟางเค่อเดินเข้ามา
พอเห็นเขา หลัวชูก็ยิ่งได้ใจ เธอแสร้งทำท่าทางเอาใจใส่แล้วพูดว่า “ฟางเค่อ มาพอดีเลย คุณเฮ่อไม่มีบัตรเชิญ อาจจะทำหายก็ได้ ช่วยเช็กในรายชื่อหน่อยสิว่ามีชื่อพวกเขาหรือเปล่า”
ฟางเค่อตรวจดูรายชื่อแล้วส่ายหน้า “ขอโทษนะ ไม่มีครับ”
หลัวชูประหลาดใจเล็กน้อย “ไม่มีเหรอ? เป็นไปได้ยังไง ตระกูลเฮ่อเป็นตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดเชียวนะ”
ฟางเค่อแสดงสีหน้าเหยียดหยาม “แล้วเป็นตระกูลที่รวยที่สุดยังไงล่ะ ต่อให้มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลกมา ถ้าไม่มีบัตรเชิญก็เข้าไม่ได้”
