ตอนกลับถึงบ้าน ซุ่ยซุ่ยยังคงดีใจไม่หาย เดินเขย่งปลายเท้ากระโดดดึ๋ง ๆ ไปตลอดทาง
เฮ่อจิ่งสิงเม้มปากเดินกลับเข้าห้อง พอถูกเด็กน้อยป่วนเข้าแบบนี้ ต่อให้โมโหแค่ไหนก็ระบายออกมาไม่ได้แล้ว
เขาไม่คิดเลยว่าไอ้ขยะอย่างเขาจะยังมีประโยชน์อยู่บ้าง
ช่างเป็นประโยชน์ที่น่าขำสิ้นดี
ตายไปเสียก็คงดีกว่า วันนี้ลองหาวิธีตายที่ยอดเยี่ยมสักวิธีก็แล้วกัน
เอาเชือกรัดคอตัวเองให้ตายไปเลยดีกว่า
ขณะที่กำลังจะไปหาเชือก ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดอีกครั้ง
ซุ่ยซุ่ยแทรกตัวเข้ามา กอดหมอนใบเล็กสีชมพูไว้แน่น แล้วปีนขึ้นเตียงอย่างทุลักทุเล “อาเล็ก คืนนี้หนูนอนกับอาเล็กได้ไหมคะ?”
เฮ่อจิ่งสิงตอบ “ไม่ได้”
คืนนี้เขากะจะไปตาย ไม่เหมาะให้เด็กเห็น
ซุ่ยซุ่ยตอบ “ได้ค่า”
เธอล้มตัวลงบนเตียง กลิ้งเข้าไปในอ้อมแขนเขา เอามือปิดหู แล้วมองเขาตาแป๋วพร้อมอธิบายอย่างว่าง่ายว่า “อาเล็กบอกว่าได้ หนูได้ยินแล้วค่ะ”
เฮ่อจิ่งสิง “……”
เธอเลือกหูหนวกเฉพาะตอนที่อยากหูหนวกได้ด้วยเหรอ
จู่ ๆ เขาก็ตระหนักว่าเด็กหญิงตรงหน้าไม่ได้ซื่อและรังแกง่ายอย่างที่คิดไว้ แถมยังเจ้าเล่ห์อยู่ไม่น้อย
เหมือนเฮ่อหวยชวนไม่มีผิด!
อย่างเช่นกลเม็ดร้าย ๆ ตอนเตะบอล มีแต่พวกเขาสองคนเท่านั้นที่คิดออก
สองพ่อลูกนี่เกิดมาเพื่อเป็นพ่อลูกกันจริง ๆ
ซุ่ยซุ่ยไม่สนอะไรทั้งนั้น กอดแขนเขาไว้แล้วหลับตาลงอย่างรวดเร็ว ทำเสียงกรนเบา ๆ แกล้งหลับ แต่ก็พยายามประคองสติไว้ตลอด
พี่โม่หลานที่อยู่ในห้องเป็นคนเตือนเธอว่า คืนนี้อาเล็กน่าจะคิดฆ่าตัวตายอีก ให้คอยจับตาดูไว้หน่อย
