เฉิงจิ่งเหยาช่วยล้างดินออกจากฝ่ามือของเธอจนสะอาด จากนั้นใช้ใบไม้รองน้ำที่เหลือแล้วราดลงไปอีกครั้ง พอแน่ใจว่าไม่มีฝุ่นติดแผลแล้วจึงปล่อยมือ
“เรียบร้อยแล้ว” เขาโยนใบไม้ลงไปตรงคันนาอย่างไม่ใส่ใจ “รีบกลับไปกินข้าวที่จุดพักเยาวชนปัญญาชนเถอะ ไปช้าพวกนั้นไม่เก็บไว้ให้คุณหรอก”
หยุนหนีไม่คิดเลยว่าผู้ชายที่ดูสะเพร่าไม่ละเอียดถี่ถ้วนอย่างเขาจะทำอะไรได้รอบคอบขนาดนี้
ถึงน้ำเสียงจะยังไม่ค่อยดีนัก แต่จริง ๆ แล้วเขาก็ไม่ได้แย่
ความกลัวที่หยุนหนีมีต่อเขาลดน้อยลงไปอีกหน่อย
เธอพยักหน้าหงึก ๆ อย่างว่าง่าย “อ้อ ได้ค่ะ”
เมื่อเห็นเธอตอบตกลง เฉิงจิ่งเหยาก็ไม่มีเหตุผลให้อยู่ต่อแล้ว อีกอย่าง ดูจากท่าทางของเธอแล้ว เกรงว่าเธอคงอยากให้เขารีบไปเสียด้วยซ้ำ
เขาไม่ได้พูดอะไรต่อ หันหลังเดินไปยังอีกฟากของคันนา
ชายหนุ่มขายาว ก้าวเท้าก็ยาว เพียงไม่นานก็เดินห่างออกไปหลายเมตร
หยุนหนียืนอยู่ที่เดิม มองแผ่นหลังของเขาที่ค่อย ๆ ไกลออกไป พลันนึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้