หยุนหนีค่อย ๆ มองสำรวจชายที่จู่ ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นมา ซึ่งดูท่าจะเป็นพระเอก
เขาดูแข็งแรงกำยำจริง ๆ ไหล่กว้างเอวสอบ เสื้อกล้ามสีขาวรัดตึงแนบลำตัว เผยให้เห็นกล้ามอกแน่นขนัดและกล้ามท้องเป็นลอนชัดเจน ท่อนแขนที่โผล่พ้นแขนเสื้อมีเส้นเอ็นปูดโปน กล้ามเนื้อเป็นมัด ๆ ดูเหมือนแค่ใช้แขนข้างเดียวก็ยกเธอพาดบ่าได้แล้ว
ขากางเกงสีดำพับขึ้นมาถึงหัวเข่า น่องทั้งสองข้างแน่นปั้ก สวมรองเท้าฟางคู่หนึ่งทั้งสองเท้า พอมองรวม ๆ แล้วเขาก็เหมือนต้นไม้ที่งอกขึ้นมาจากพื้นดิน หยาบกระด้าง สูงตระหง่าน และแผ่กลิ่นอายดิบเถื่อนออกมาทั่วร่าง
หยุนหนีถูกดวงตาคู่นั้นจ้องจนขนลุก เธอถอยหลังด้วยความหวาดกลัวหนึ่งก้าว
เธอนึกถึงท่าทางขี้ขลาดของนางร้ายในนิยายต้นฉบับ ที่พอเจอพระเอกทีไรก็กลัวจนหันหลังวิ่งหนีทุกครั้ง แล้วก็พยักหน้าในใจรัว ๆ
เข้าใจเลย เข้าใจสุด ๆ
รูปร่างพระเอกกำยำเกินไป ดวงตาดำสนิทคู่นั้นเหมือนหมาป่า แฝงความดิบเถื่อนไว้ ราวกับพร้อมจะกระโจนเข้ามาฉีกคนเป็นชิ้น ๆ ได้ทุกเมื่อ
ถ้าเป็นใครก็ต้องกลัวกันทั้งนั้นแหละ
เธอกลืนน้ำลาย ก่อนจะเอ่ยเสียงสั่นเครือว่า “คะ...คุณเป็นใคร? ขึ้นไปหลบอยู่บนต้นไม้ทำไม?”
ดวงตาดำของชายหนุ่มกวาดมองใบหน้าเล็กขาวผ่องของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก่อนจะตอบไม่ตรงคำถามว่า “คุณเป็นปัญญาชนที่เพิ่งมาใหม่หรือ?”
เดิมทีเฉิงจิ่งเหยานอนอยู่บนต้นไม้ เขางีบไปได้ครู่เดียวก็ได้ยินเสียงสะอื้นแผ่วเบาน่าสงสารดังมาจากใต้ต้นไม้ คล้ายเสียงลูกแมวร้องจนชวนให้ใจคันยุบยิบ
เขาหมดง่วงขึ้นมาทันที จึงลุกนั่งแล้วก้มลงมอง ก็เห็นหญิงสาวคนหนึ่งสวมเสื้อลายดอกไม้และถักเปียสองข้างกำลังร้องไห้อยู่ด้านล่าง