“หยุนหนี ฉันก็มีคูปองสินค้าอุตสาหกรรมอยู่บ้าง เธอพาฉันไปรู้จักพี่เฉิงได้ไหม ยังไงเขาก็ทำกับข้าวให้เธออยู่แล้ว เพิ่มข้าวเข้าไปอีกหน่อยก็เท่านั้นเอง”
หยุนหนีค่อย ๆ ละเลียดเนื้อปลาที่แล่มาเป็นชิ้นบาง ๆ พอได้ยินโจวหว่านฉิงพูด เธอก็เงยหน้าจากชาม มองอีกฝ่ายอย่างสงสัยแล้วถามว่า “ถ้าพวกเธออยากขอให้เขาช่วย ก็ไปถามเขาเองสิ มาถามฉันทำไม”
โจวหว่านฉิงถูกปฏิเสธตรง ๆ จนสีหน้ากระอักกระอ่วน
ถ้าเธอไปหาเฉิงจิ่งเหยาเองได้ แล้วจะต้องอ้อมค้อมทำไมตั้งมากมาย?
โจวหว่านฉิงฝืนยิ้ม “ฉันแค่คิดว่าในเมื่อเธอรู้จักเขา ให้เธอช่วยแนะนำก็คงดีกว่า จะได้ไม่ต้องบุกไปหาเขาถึงบ้านจนดูเสียมารยาท”
“อ้อ”
หยุนหนีรับคำ แล้วก็ไม่พูดอะไรต่อ
เธอไม่ใช่คนโง่เสียหน่อย
โจวหว่านฉิงพูดจาเพราะพริ้ง ที่จริงก็แค่อยากอาศัยเธอเข้าใกล้พระเอกไม่ใช่หรือ
เธอไม่สนใจว่าความสัมพันธ์ของพระเอกกับนางเอกจะพัฒนาไปอย่างไรในอนาคต แต่ตอนนี้เธอยังอยู่ในโลกนี้ จึงไม่อยากให้ตัวเองต้องเสียเปรียบ
ในเมื่อเฉิงจิ่งเหยาดีกับเธอ เธอก็ไม่มีทางผลักเขาให้คนอื่นโดยไม่มีเหตุผล
หยุนหนียกกระติกเก็บความร้อนขึ้น แล้วส่งยิ้มให้ทุกคน
“ฉันกลับห้องไปซดน้ำแกงปลาแล้วนะ ข้างนอกตอนกลางคืนเหมือนจะหนาวขึ้นนิดหน่อย”
พูดจบ เธอก็หันหลังเดินเข้าหอพักไป
ทิ้งให้เหล่าเยาวชนลงชนบทในลานบ้านมองหน้ากันไปมา
เยาวชนลงชนบทคนหนึ่งซึ่งสนิทกับโจวหว่านฉิงมองตามแผ่นหลังของเธอ ก่อนเบะปากอย่างอดไม่ได้
