หยุนหนีกับอีกสองคนเดินไปหาเฉิงจิ่งเหยา
เฉิงจิ่งเหยารอจนพวกเธอเดินเข้ามาใกล้ โดยไม่ปรายตามองใครเป็นพิเศษ ก่อนจะพูดเสียงเรียบว่า “ตามฉันมาให้ดี”
พูดจบก็หันหลังเดินขึ้นเนินไป
โจวหว่านฉิงกับหลี่หงเหมยรีบตามไป มีเพียงหยุนหนีที่ยืนอยู่กับที่ ถลึงตาพร้อมเม้มปากด้วยความโมโห ก่อนจะกระทืบเท้าแล้วค่อยเดินตามไป
เฉิงจิ่งเหยาพาพวกเธอมาหยุดอยู่หน้าพุ่มไม้บนเนินจุดหนึ่ง
“ถางที่ก็คือกำจัดหญ้ากับพุ่มไม้ เก็บหินออก แล้วพรวนดินให้ร่วน พวกเธอสามคนจัดการตัดพุ่มไม้แถวนี้ ถอนหญ้า เก็บหินไปกองไว้ข้าง ๆ ส่วนฉันจะพรวนดินเอง”
พูดจบ เขาก็หิ้วจอบเดินไปอีกด้านของพุ่มไม้ ก้มลงเริ่มขุดดิน
จอบฟาดลงบนดินแข็ง ส่งเสียงทึบ กล้ามเนื้อบนแขนของเขาเกร็งขึ้น ทุกครั้งที่จอบกระแทกลงไป ดินก้อนใหญ่ก็พลิกขึ้นมา ท่าทางรวดเร็วและทรงพลัง
โจวหว่านฉิงมองท่าทางคล่องแคล่วของเขา สายตาก็อดถูกกล้ามเนื้อที่นูนขึ้นบนแขนดึงดูดไม่ได้
กล้ามเนื้อเกร็งและคลายตามจังหวะที่เขาเหวี่ยงจอบ เผยให้เห็นความแข็งแกร่งกำยำ ทุกครั้งที่ออกแรง เส้นเลือดก็ปูดขึ้นใต้ผิว ไล่จากท่อนแขนไปถึงข้อศอกและหัวไหล่ กล้ามท้องเป็นลอนชัดใต้เสื้อกล้ามที่ชุ่มเหงื่อ ขยับขึ้นลงตามลมหายใจแผ่วเบา
แค่มองก็รู้ว่ากล้ามเนื้อแบบนี้เปี่ยมไปด้วยพละกำลัง เป็นผลจากการฝึกฝนสะสมมานานหลายปี
