ลู่จิ่งเหยาไม่ได้แปลกใจกับผลลัพธ์นี้เท่าไรนัก
ที่จริงเขาคาดเดาได้ตั้งนานแล้วว่า เรื่องที่หยุนหนีเล่าอาจไม่เป็นอย่างนั้นทั้งหมด เขาอาจไม่ได้เข้าเมืองมาหางานทำจากชนบทพร้อมกับเธอ และบางทีเขาอาจไม่ได้ชื่อว่าลู่ต้าลี่ด้วยซ้ำ
สิ่งเดียวที่เขาคิดไม่ตกคือเหตุใดหยุนหนีถึงต้องโกหกเขา
เพราะมีเรื่องค้างคาใจ ลู่จิ่งเหยาจึงตั้งใจกลับบ้านเร็วกว่าปกติในวันนี้ ระหว่างทางเขายังซื้อเค้กมูสสตรอว์เบอร์รีที่หยุนหนีชอบกินมาด้วย
ตอนเขากลับถึงบ้าน หยุนหนีกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนโซฟา ดูโทรทัศน์
บนจอโทรทัศน์กำลังฉายฉากสำคัญ หยุนหนีจ้องดูไม่กะพริบจนไม่ทันสังเกตว่าประตูบ้านด้านหลังเปิดออกแล้ว
ทันทีที่ลู่จิ่งเหยาเข้ามาในบ้าน ก็ได้ยินนักแสดงในโทรทัศน์ตะโกนอย่างเดือดดาลจนแทบขาดใจ
“แม่ครับ นอกจากไฉ่เวยแล้ว ผมจะไม่แต่งงานกับใครทั้งนั้น!”
“ถ้าแม่ไม่ยอมให้ไฉ่เวยเข้าบ้าน ก็ถือเสียว่าตระกูลลู่ไม่มีลูกชายอย่างผม!”
“ผมจะไม่มีวันให้อภัยแม่ ไม่มีวัน!”
“ไฉ่เวย ไปกันเถอะ ตั้งแต่วันนี้ผมไม่ใช่คุณชายแห่งตระกูลลู่อีกต่อไป ไม่ใช่ลู่ชุนเฟิง ผมเป็นแค่สามีของคุณ ลู่เสี่ยวเฟิง”
ตอนแรก ลู่จิ่งเหยาแค่คิดว่าตัวเอกในละครเรื่องนี้เสียงดังไปหน่อย แต่ยิ่งฟังก็ยิ่งเข้าใจอะไรบางอย่าง ถึงขั้นรู้สึกราวกับตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน
เขาเหมือนจะรู้แล้วว่าทำไมหยุนหนีถึงปิดบังเขา
