ลู่จิ่งเหยาอุ้มหยุนหนีกลับบ้านมาตลอดทาง
ส่วนรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า เขาคิดว่าจะค่อยกลับไปเอาที่โรงแรมตอนกลางวันพรุ่งนี้
หยุนหนีที่เมาอยู่ในอ้อมแขนยังคงพึมพำอะไรบางอย่างเสียงเบา
ลู่จิ่งเหยาก้มลงฟังด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“คุณหลี่คนนั้น… น่ารำคาญชะมัด… เอาแต่ให้ฉันใส่นั่นใส่นี่ทุกวัน… ฉันไม่ใช่ตุ๊กตาของเขาสักหน่อย…”
ฝีเท้าของลู่จิ่งเหยาชะงักไปครู่หนึ่ง เขาก้มมองเธอ
เธอหลับตาพริ้ม แก้มแดงระเรื่อเพราะฤทธิ์เหล้า ริมฝีปากยื่นน้อย ๆ เห็นชัดว่าไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังพูดอะไร เขายิ้มออกมาเงียบ ๆ ก่อนจะเดินต่อ
เดินไปได้ไม่กี่ก้าว เธอก็พึมพำขึ้นมาอีกประโยค
“แต่คุณดีกว่า… คุณไม่เคยบังคับให้ฉันทำเรื่องที่ไม่อยากทำเลย…”
ลู่จิ่งเหยาผ่อนฝีเท้าลง สายตาหยุดอยู่ตรงหว่างคิ้วที่ขมวดน้อย ๆ ของเธอ พลางฟังเธอบ่นพึมพำต่อไป
“คุณทำอาหารให้ฉันทุกวัน… ไปรับฉันหลังเลิกงาน… แล้วยังให้เงินฉันใช้ด้วย…”
“คุณยังหน้าตาดีอีก…”
ยิ่งพูด น้ำเสียงของเธอก็ยิ่งเจือความสะอื้น เหมือนสัตว์ตัวน้อยที่ถูกกลั่นแกล้ง
“ถ้าคุณไปแล้ว… ฉันจะทำยังไงล่ะ…”
ฝีเท้าของลู่จิ่งเหยาหยุดลงสนิท
เขามองเงาของทั้งสองที่ทอดทับกันอยู่ใต้แสงไฟถนน ประโยคสุดท้ายของเธอเหมือนเข็มเล่มเล็กที่ปักลงตรงจุดอ่อนโยนที่สุดในหัวใจเขาอย่างพอดิบพอดี
เขาก้มมองเธออยู่นาน ก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่ว
“ฉันไม่ไปหรอก”
หยุนหนีไม่ได้ยินแน่นอน เธอหลับสนิทไปแล้ว ศีรษะเอนพิงซอกไหล่ของเขา ลมหายใจสม่ำเสมอเนิบนาบ
ลู่จิ่งเหยาออกเดินอีกครั้ง แขนกระชับแน่นขึ้นเล็กน้อย แล้วดึงเธอเข้ามาใกล้อ้อมอก
