หยุนหนีเดินตามหลังเฉิงจิ่งเหยามาจนถึงอีกฟากของเนิน
แม้นิ้วที่บาดเจ็บยังคงปวดอยู่ แต่ในใจเธอกลับไม่เศร้าแล้ว
ถ้าเธอมีหาง ตอนนี้มันคงชี้ขึ้นฟ้าอย่างภาคภูมิใจไปแล้ว
เมื่อครู่เธอเห็นชัด ๆ ว่าพอเฉิงจิ่งเหยาเห็นเธอบาดเจ็บ เขาก็ร้อนใจแทบแย่
“พักอยู่ตรงนี้เถอะ” เฉิงจิ่งเหยาชี้ไปยังหินก้อนหนึ่งริมเนินที่มีพื้นเรียบ
หยุนหนีเดินไปนั่งลงอย่างว่าง่าย เงยหน้ามองเขา
เฉิงจิ่งเหยาเดินไปตรงพุ่มไม้ข้าง ๆ ก้มลงใช้จอบขุดรากไม้ พอจอบกระแทกลงไปครั้งเดียว ทั้งรากทั้งดินก็พลิกขึ้นมา
หยุนหนีนั่งบนก้อนหิน ใช้สองมือเท้าคาง จ้องมองเฉิงจิ่งเหยาทำงานไม่วางตา
ยามออกแรง กล้ามเนื้อทั่วร่างของเขาขยับเกร็งเป็นมัด แนวสันหลังทอดยาวจากท้ายทอยลงไปถึงขอบกางเกง กล้ามเนื้อสองข้างเกร็งแล้วคลายตามจังหวะการเคลื่อนไหว
เขาพลิกดินอยู่พักหนึ่ง คงรู้สึกว่าเสื้อกล้ามเกะกะ จึงยกมือดึงชายเสื้อออกจากขอบกางเกง แล้วกำลังจะถอดด้วยมือข้างเดียว แต่พอถอดไปได้ครึ่งหนึ่งก็นึกขึ้นได้ว่าข้างหลังยังมีผู้หญิงคนนั้นนั่งอยู่ การเคลื่อนไหวจึงชะงักไป
ทว่าชั่วขณะที่เขานิ่งค้าง แผ่นหลังก็เผยออกมาให้เห็น ผิวสีน้ำผึ้งมีเหงื่อบาง ๆ เคลือบอยู่ สะท้อนแสงระยิบระยับใต้แดด เส้นกล้ามเนื้อจากหัวไหล่ถึงเอวเรียวสอบลง ก่อนจะผายออกเล็กน้อยตรงช่วงเอว
สายตาของหยุนหนีไล่จากท้ายทอยของเขาลงมาเรื่อย ๆ จนถึงขอบกางเกง แล้วรีบเลื่อนกลับขึ้นไปอย่างรวดเร็ว
แก้มของเธอร้อนผ่าวขึ้นมา จู่ ๆ ก็ทำท่าเหมือนยุ่งอยู่กับอะไรสักอย่าง มองทางนี้ที ลูบทางโน้นที
