“เสิ่นหยุนหนี เธอนี่เก่งจริง ๆ เลยนะ”
หวังชุนเยี่ยนเพิ่งก้าวเข้ามาในห้อง สายตาก็จับจ้องเสิ่นหยุนหนีเขม็ง
หยุนหนีเพิ่งตื่นนอน กำลังนั่งหวีผมที่ยุ่งเหยิงอยู่ข้างเตียง พอได้ยินเช่นนั้นก็หันไปมองอีกฝ่ายอย่างไร้เดียงสา “หวังชุนเยี่ยน ฉันไปทำอะไรให้เธออีกล่ะ?”
“ยังมีหน้ามาถามอีก วันนี้ช่วงเช้าเธอไปทำอะไรมา?” เห็นท่าทางสบายอกสบายใจของเธอแล้ว หวังชุนเยี่ยนก็เดือดดาลขึ้นมาทันที
พวกเราก็เป็นเยาวชนผู้มีความรู้เหมือนกัน ทำไมเสิ่นหยุนหนีถึงหาผู้ชายในหมู่บ้านมาช่วยทำงานได้ แล้วก็ยังกลับมานอนหลับสบายใจเฉิบอยู่ที่นี่อีก
“ไปทำงานน่ะสิ ไม่อย่างนั้นจะไปไหนได้?”
หยุนหนีไม่รู้เลยว่าตัวเองไปทำอะไรให้หวังชุนเยี่ยนขุ่นเคือง ถึงได้ถูกอีกฝ่ายจ้องไม่เลิก
“อย่ามาหลอกฉัน!” หวังชุนเยี่ยนเห็นท่าทางไม่เห็นหัวกันของเธอ ความโกรธก็พลันพุ่งขึ้นมา “วันนี้ฉันเห็นกับตา ตอนเช้าเธอเข้าไปในป่าละเมาะกับผู้ชายคนหนึ่ง”
“เป็นผู้หญิงแท้ ๆ อยู่กับผู้ชายตามลำพังสองต่อสอง ยังมียางอายอยู่ไหม?”
“พวกเราลงชนบทมาในฐานะเยาวชนผู้มีความรู้ ก็เพื่อรับการศึกษาใหม่จากชาวนาชาวนาไร้ที่ดิน ไม่ใช่มาพลอดรักกัน!”
หวังชุนเยี่ยนเสียงดัง แถมยิ่งพูดยิ่งได้ใจ จนตัวเองก็พลอยตื่นเต้นขึ้นมา
ยิ่งเนื้อหาที่พูดออกมายังชวนตกตะลึง ไม่เพียงแต่พวกเยาวชนผู้มีความรู้จะพากันเข้ามามุง ชาวบ้านที่เดินผ่านก็ยังชะโงกหน้ามองจากหน้าประตู
โจวหว่านฉิงเพิ่งเดินเข้าประตูบ้าน ก็ได้ยินเสียงแหลมดังของหวังชุนเยี่ยน เธออดสูดหายใจลึก ๆ แล้วหลับตาลงครู่หนึ่งไม่ได้
