หยุนหนีนิ่งค้างไปครู่หนึ่ง นึกสงสัยว่าตัวเองฟังผิดไปหรือเปล่า
“ระบบ เมื่อกี้พระเอกพูดว่าอะไรนะ?”
[……]
ท่าทางเหม่อลอยของหยุนหนีกลับทำให้เจียงจิ่งเหยาเข้าใจว่าการสะกดจิตสำเร็จแล้ว
เขาเก็บนาฬิกาพก ก่อนลองออกคำสั่งกับเธอ
“ซ่งหยุนหนี มานี่”
หยุนหนีทำหน้างุนงง เดินเข้าไปหาเจียงจิ่งเหยาสองสามก้าว จนระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงครึ่งก้าวจึงหยุดลง
เจียงจิ่งเหยาได้กลิ่นหอมอ่อนละมุนจากตัวเธอ กลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของเธอเพียงคนเดียว
“ผมเป็นใคร?” เขาถามอีกครั้ง น้ำเสียงต่ำลงกว่าครู่ก่อนเล็กน้อย
หยุนหนีเงยหน้าขึ้น ดวงตาฉ่ำวาวสะท้อนภาพใบหน้าของเขา เธอกะพริบตาอย่างสับสน ก่อนขยับริมฝีปากเอ่ยออกมาสามคำ “...แฟนหนุ่ม?”
แววตาของเจียงจิ่งเหยามืดลงชั่วขณะ แล้วกลับมาเป็นปกติในทันที
“อืม” เขาขานรับ พลางโน้มตัวโอบเธอเข้ามาในอ้อมแขน ลูบไล้เส้นผมนุ่มสลวยราวแพรไหมของเธอ แล้วกระซิบเสียงแผ่ว “จำไว้ ผมต่างหากที่เป็นแฟนของคุณ เจียงจิ่งเหยา”
“เจียงจิ่งเหยา แฟนหนุ่ม” หยุนหนีทวนตามคำพูดของเขา แสร้งทำเป็นถูกสะกดจิตจนหมดจด
เจียงจิ่งเหยาดูจะพอใจกับปฏิกิริยาของเธอ เขาหัวเราะเบา ๆ “ว่าง่ายจริง”
ด้านนอกประตู ลุงเฉาถือผ้าปูที่นอนผืนสะอาดเดินมาเคาะประตู
ช่วงเวลาอ่อนหวานถูกขัดจังหวะ เจียงจิ่งเหยาขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนถามอย่างหงุดหงิดว่า “มีอะไร?”
เสียงของลุงเฉาดังมาจากด้านนอก “คุณชายครับ ผมให้คนเอาเครื่องนอนสะอาดมาให้แล้ว ตอนนี้สะดวกให้พวกเราเข้าไปเปลี่ยนไหมครับ?”