ลู่จิ่งเหยาเป็นคนที่มีข้อดีอยู่ข้อหนึ่ง คือไม่ว่าจะมอบหมายอะไรให้ทำ เขาก็จัดการได้เรียบร้อยเสมอ ไม่ต้องให้ใครคอยกังวล
ในเมื่อเขาบอกว่าจะเป็นคนจัดการเอง หยุนหนีก็วางใจได้อย่างสนิท เธอแค่ตั้งตารอก็พอ
เธอเคยคิดว่าคืนนี้ลู่จิ่งเหยาอาจพาไปกินมื้อค่ำใต้แสงเทียนแสนโรแมนติก หรือไม่ก็อาจเป็นร้านอาหารตะวันตกหรู ๆ สักร้าน
ไม่ว่าอย่างไร นี่ก็เป็นโอกาสหายากที่จะได้ออกเดตกันสักครั้ง
แต่สิ่งที่เธอไม่คาดคิดคือ ลู่จิ่งเหยากลับพาเธอไปร้านหม้อไฟริมทางที่เพิ่งเปิดใหม่ใกล้ ๆ
“คืนนี้เรากินร้านนี้เหรอ?”
หยุนหนีรู้สึกผิดหวังอยู่บ้าง แม้เธอจะอยากกินหม้อไฟมากจริง ๆ แต่กว่าจะได้ออกเดตกันสักครั้ง เขากลับเลือกร้านที่ไม่มีบรรยากาศโรแมนติกเอาเสียเลย
“เมื่อไม่กี่วันก่อน ตอนเลิกงานเดินผ่านร้านนี้ คุณไม่ได้บอกเหรอว่าอยากลองกินมาก?”
หยุนหนีชะงักไป ก่อนจะนึกย้อนอย่างละเอียด ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้นจริง ๆ
ก่อนหน้านี้ร้านนี้จัดโปรโมชันฉลองเปิดร้าน ตอนเธอกับลู่จิ่งเหยาเดินทางกลับบ้านหลังเลิกงานก็เดินผ่านพอดี ตอนเดินผ่านร้าน เธอได้กลิ่นหอมของน้ำมันวัวลอยออกมา จึงพึมพำขึ้นมาลอย ๆ ว่า “หอมจัง วันไหนต้องมาลองกินให้ได้”
เธอลืมเรื่องนี้ไปแล้ว แต่ลู่จิ่งเหยากลับจำได้
“ถือว่าคุณใส่ใจอยู่เหมือนกัน” มุมปากหยุนหนียกขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ แต่ปากยังคงทำเป็นเก่ง “แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้แปลว่าคุณจะเลือกร้านที่โรแมนติกกว่านี้ไม่ได้สักหน่อยนี่”
ลู่จิ่งเหยาดึงเก้าอี้พลาสติกออกให้เธอ ก่อนก้มมองพร้อมรอยยิ้มในดวงตา “คุณอยากไปกินมื้อค่ำกับผมในที่โรแมนติกมากเหรอ?”
คำถามย้อนของเขาทำเอาหยุนหนีถึงกับพูดไม่ออก ใบหูร้อนผ่าวขึ้นมา เธอโต้กลับไปตามสัญชาตญาณ “ใคร ใครอยากกัน! ฉันก็แค่พูดไปอย่างนั้นเอง…”
