“ใครอยากจูบคุณกัน!”
หยุนหนีขนลุกชันขึ้นมาอย่างอดไม่ได้
ลู่จิ่งเหยามองใบหูของเธอที่แดงราวกับเลือดจะหยดลงมา แม้แต่ต้นคอก็ยังขึ้นสีระเรื่อ
เขากลั้นหัวเราะไม่ไหว จึงหัวเราะเสียงต่ำ “อืม เป็นผมเองที่อยากจูบคุณ”
หยุนหนีอ้าปากค้างทันที อ้าค้างอยู่นานแต่กลับพูดอะไรไม่ออก
แก้มเธอพองขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเค้นคำพูดออกมาได้ประโยคหนึ่ง “ทำไมคุณหน้าหนาได้ขนาดนี้…”
“อืม” ลู่จิ่งเหยายอมรับอย่างไม่สะทกสะท้าน ฝ่ามือแนบกับนิ้วมือของเธอ นิ้วหัวแม่มือถูหลังมือเธอเบา ๆ “ถ้าหน้าบางก็จีบคุณไม่ติดสิ”
หยุนหนีถึงกับพูดไม่ออกเพราะประโยคนี้ของเขา
จนกลับถึงบ้าน หยุนหนีก็ไม่ได้พูดกับเขาอีกเลย
หลังอาบน้ำเสร็จ พอเอนตัวลงบนเตียง เธอก็ยิ่งรู้สึกกระอักกระอ่วนไปหมด
โดยเฉพาะตอนที่ลู่จิ่งเหยาอาบน้ำล้างหน้าเสร็จแล้วเดินเข้ามาในห้องนอน
ก่อนหน้านี้เวลานอนเตียงเดียวกับลู่จิ่งเหยา หยุนหนีรู้สึกไม่เป็นธรรมชาติอยู่แค่สองวันแรก หลังจากนั้นก็แทบจะมองเขาเป็นอากาศ อีกทั้งเขาก็รู้จักวางตัว ไม่เคยแตะเนื้อต้องตัวเธอโดยไม่ได้รับอนุญาต
แต่คืนนี้ พอเห็นลู่จิ่งเหยาขึ้นมานอนบนเตียง เธอก็รีบพลิกตัวหันหลังให้ แล้วมุดเข้าไปในผ้าห่ม เหลือเพียงท้ายทอยหันไปทางเขา
ภายในห้องนอนเงียบไปครู่หนึ่ง ไม่นานก็มีเสียงเขาพลิกตัวดังมาจากด้านหลัง ตามด้วยเสียงแผ่วเบา
“หยุนหนี?”
หยุนหนีไม่ส่งเสียง แสร้งทำเป็นหายใจสม่ำเสมอ
“คุณหายใจเร็วเกินไป แกล้งได้ไม่เนียนเลย” คราวนี้น้ำเสียงของเขาเจือรอยยิ้มและฟังดูมั่นใจ
