/> _7“เจ้าต้องคิดให้ดี มีโอกาสสำเร็จเพียงหนึ่งในพันเท่านั้น หากล้มเหลว เจ้าก็ต้องตายจริง ๆ ยิ่งกว่านั้น ระหว่างสืบทอดสายเลือด เจ้าจะต้องทนทุกข์ทรมานจากวิญญาณที่ถูกฉีกกระชาก ความเจ็บปวดเช่นนั้นมิใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะทนไหว”
“ข้าจะต้องสำเร็จแน่ ต่อให้โอกาสมีเพียงหนึ่งในพัน หรือแม้แต่หนึ่งในหมื่น ข้าก็ต้องทำให้สำเร็จให้ได้!”
ถังหลีกัดฟัน กล่าวอย่างแน่วแน่
“ดีมาก มาเถอะ หวังว่าเจ้าจะทำสำเร็จ!”
ทันใดนั้น ไข่มุกก็เปล่งแสงสีทองเจิดจ้า วินาทีต่อมา ถังหลีก็ถูกดูดเข้าไป
“ที่นี่ที่ไหน?”
ถังหลีกวาดตามองรอบด้าน ในใจอดตื่นตะลึงไม่ได้ เขาพบว่าที่นี่เป็นโลกใบเล็กซึ่งดำรงอยู่แยกต่างหาก อีกทั้งพลังวิญญาณภายในยังเข้มข้นกว่าภายนอกหลายเท่า
“เมื่อเจ้าทำสำเร็จ ย่อมรู้เอง มิฉะนั้น ต่อให้รู้ไปก็ไร้ความหมาย ตอนนี้เดินไปข้างหน้าหนึ่งร้อยจั้ง”
หลังจากถังหลีเดินไปหนึ่งร้อยจั้ง ก็มีหม้อโบราณใบหนึ่งปรากฏขึ้นเบื้องหน้า บนหม้อมีอักขระสีทองส่องประกายระยิบระยับ ราวกับมังกรสีทองหลายตัว แผ่กลิ่นอายเก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์ออกมา
ผ่านอักขระสีทองเหล่านั้น ถังหลีมองเห็นว่าภายในหม้อโบราณเต็มไปด้วยของเหลวสีทอง ไม่รู้เพราะเหตุใด เขาจึงรู้สึกคุ้นเคยกับของเหลวนั้นอยู่บ้าง
“กระโดดลงไป หากไม่ตายภายในสามชั่วยาม เจ้าก็ถือว่าสำเร็จ”
ถังหลีไม่ลังเลแม้แต่น้อย ถอดเสื้อท่อนบนออกแล้วทะยานตัวกระโดดลงไปในหม้อโบราณ
“อ๊าก...”
ทันทีที่เข้าไปในหม้อโบราณ เขาก็รู้สึกว่าของเหลวสีทองกำลังทะลักเข้าสู่ร่างกายอย่างบ้าคลั่ง ความเจ็บปวดแสนสาหัสพลันถาโถมเข้ามา
เมื่อเวลาค่อย ๆ ผ่านไป ความเจ็บปวดก็ทวีความน่าสะพรึงกลัวยิ่งขึ้น แทบทุกขณะจิต เขาตกอยู่ในวังวนระหว่างหมดสติและฟื้นคืนสติ หากจิตใจไม่แน่วแน่พอ เขาย่อมต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย
ในยามนี้ สายเลือดของถังหลีก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างน่าตื่นตะลึง เพียงแต่เขาไม่มีใจเหลือพอจะรับรู้สิ่งใด
“ดีมาก เจ้าหนู อดทนมาถึงตอนนี้ได้ก็นับว่าไม่เลว แต่ความเจ็บปวดที่แท้จริง เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น!”
ทันทีที่คำพูดจบลง ถังหลีก็รู้สึกเจ็บแปลบขึ้นในศีรษะ ความเจ็บปวดนี้สามารถทำให้คนคลุ้มคลั่งได้ในชั่วพริบตา
ไม่ต้องสงสัยเลย ความทรมานจากวิญญาณที่ถูกฉีกกระชากซึ่งอีกฝ่ายกล่าวถึงก่อนหน้านี้ ในที่สุดก็เริ่มขึ้นแล้ว
“อ๊าก...”
ถังหลีกุมศีรษะ เปล่งเสียงคำรามยาว ร่างกายตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า แม้กระทั่งดวงตากลายเป็นสีแดงฉาน ราวกับสัตว์มารคลุ้มคลั่งตัวหนึ่ง
“โฮก...”
ถังหลีคำรามก้อง เงามังกรยักษ์สีทองปรากฏขึ้นเบื้องหลัง ราวกับจักรพรรดิผู้ไร้เทียมทานแห่งโลกหล้า แผ่แรงกดดันอันสูงส่ง ปกครองทั่วใต้หล้า!
ถังหลีพยายามควบคุมสติของตนสุดกำลัง คอยย้ำเตือนตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าต้องมีชีวิตรอด
กาลเวลาค่อย ๆ ล่วงผ่าน ทุกวินาทีสำหรับถังหลีล้วนเป็นความทรมานที่ไม่เคยประสบมาก่อน สติของเขาค่อย ๆ พร่ามัวลง ชีพจรชีวิตก็เริ่มเลือนหายไปทีละน้อย...
ในที่สุด สามชั่วยามก็ผ่านพ้น แสงสีทองสายหนึ่งส่องปลุกถังหลีให้ตื่นขึ้น
“ข้า...ข้ายังมีชีวิตอยู่...”
ถังหลีค่อย ๆ ฟื้นคืนสติ ในใจยินดีอย่างยิ่ง เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าสายเลือดของตนแข็งแกร่งขึ้นหลายเท่า อย่างน้อยก็ถึงระดับขั้นห้าแล้ว!
ต้องรู้ว่า ก่อนที่สายเลือดของถังหลีจะถูกลวี่ชิงเสวี่ยกลืนกิน เขามีสายเลือดเพียงขั้นสี่เท่านั้น กล่าวคือ ยามนี้ระดับสายเลือดของถังหลีได้เหนือกว่าก่อนหน้านี้แล้ว!
การหวนคืนสำนักเทียนหยวนอยู่ใกล้แค่เอื้อม!
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้เขายังอยู่ในขั้นเส้นชีพจรลึกลับระดับห้า เลื่อนขึ้นมาถึงสามขั้นย่อยเต็ม ๆ!
“ข้า ถังหลี กลับมาแล้ว! ตระกูลลวี่ ตระกูลหม่า หนี้แค้นของพวกเจ้า วันหน้าข้าจะให้พวกเจ้าชดใช้คืนเป็นสิบเท่าร้อยเท่า!”
ถังหลีตื่นเต้นอย่างยิ่ง เขาตรวจสอบร่างกายและวิญญาณของตนอย่างละเอียด แล้วพบว่าลึกลงไปในวิญญาณมีความทรงจำช่วงหนึ่งจาก “โลก” เพิ่มขึ้นมา เขาจำได้ว่า ก่อนหน้านี้ ขณะที่วิญญาณของเขากำลังจะแตกสลายโดยสมบูรณ์ วิญญาณของคนอีกผู้หนึ่งพลันเข้าสู่ทะเลวิญญาณของเขา ทำให้วิญญาณของเขาแข็งแกร่งขึ้นในทันที
เพราะเหตุนี้เอง ถังหลีจึงรอดชีวิตมาได้
“เจ้าหนู ยินดีด้วยที่สืบทอดสายเลือดสำเร็จ!”
ทันใดนั้น ถังหลีก็ได้ยินเสียงหนึ่ง
“ใครน่ะ! ใครกำลังพูดกับข้า!”
ถังหลีกระโดดออกจากหม้อโบราณ เพราะเขาพบว่าเสียงนี้แตกต่างจากเสียงที่ได้ยินก่อนหน้านี้
“บังอาจ! ข้าอยู่ตรงหน้าเจ้าแท้ ๆ ยังกล้าเมินข้าอีก!”
ถังหลีมองไปเบื้องหน้า ไม่นานก็พบลูกสุนัขตัวหนึ่งอยู่ไม่ไกล มีขนาดเพียงเท่าฝ่ามือ
“นี่มัน...ฮัสกี?”
นั่นเป็นคำเรียกสุนัขชนิดหนึ่งในความทรงจำที่ถังหลีได้รับมา หรือที่เรียกกันทั่วไปว่าเอ้อร์ฮา
“เมื่อครู่เจ้าพูดกับข้าหรือ?”
ถังหลีพินิจลูกสุนัขตรงหน้า ขนของมันมีสีดำสลับขาว แววตาดุดันชวนให้รู้สึกว่าอยากโดนเขกสักที แต่เพราะตัวเล็กจิ๋วเกินไป จึงดูน่ารักน่าเอ็นดู เรียกได้ว่าไม่มีพิษภัยต่อคนหรือสัตว์
เอ้อร์ฮาเชิดหัวขึ้นเล็กน้อย เหลือบมองถังหลีอย่างดูแคลน แล้วกล่าวว่า “เหลวไหล หากไม่ใช่ข้าแล้วจะเป็นใครได้อีก?”
ถังหลีตื่นตะลึงอยู่ในใจ เพราะพบว่าลูกสุนัขตรงหน้าสื่อสารกับเขาผ่านทางวิญญาณ เขาจึงถามขึ้นว่า “เจ้าคือ...สุนัขที่สื่อสารกับข้าก่อนหน้านี้หรือ?”
“หูเจ้ามีปัญหาหรือ ข้าเป็นตัวผู้ จะเปล่งเสียงเช่นนั้นได้อย่างไร” เอ้อร์ฮาแค่นเสียงเย็นชา ก่อนยืดตัวบิดขี้เกียจแล้วกล่าวต่อ “เสียงที่พูดกับเจ้าก่อนหน้านี้คือจิตวิญญาณของไข่มุกโกลาหล ตอนนี้หลับใหลไปแล้ว ส่วนข้าคือจักรพรรดิสังหาร ผู้สยบได้ทั้งฟ้าดินและสรรพสิ่ง ช่างเถอะ บอกเจ้าไปเจ้าก็ไม่เข้าใจอยู่ดี สรุปคือถังอี้ให้ข้ารอเจ้าอยู่ที่นี่”
“เจ้า...เจ้ารู้จักท่านพ่อของข้า! เขายังมีชีวิตอยู่ใช่หรือไม่ ตอนนี้อยู่ที่ไหน!”
ถังหลีถามอย่างตื่นเต้น เมื่อสี่ปีก่อนถังอี้หายตัวไปกะทันหัน ไร้ข่าวคราว ผู้คนมากมายต่างคิดว่าเขาตายไปแล้ว ไม่นึกเลยว่าจะได้ยินข่าวของเขาที่นี่
เอ้อร์ฮาโบกอุ้งเท้าสุนัข แล้วกล่าวอย่างสุขุมราวกับผู้ใหญ่ “เจ้าแค่ต้องรู้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่ก็พอ เรื่องอื่นไม่ต้องถาม ไม่มีประโยชน์ต่อเจ้าแม้แต่น้อย เมื่อถึงเวลาที่เจ้าควรรู้ เจ้าก็จะรู้เอง อีกอย่าง ความทรงจำของข้าตอนนี้ไม่สมบูรณ์ จึงบอกเจ้าไม่ได้”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ถังหลีทำได้เพียงพยักหน้า ในใจเขา ถังอี้เป็นคนลึกลับอย่างยิ่ง ในเมื่ออีกฝ่ายไม่ต้องการให้เขารู้มากเกินไป ย่อมมีเหตุผลของตน
ถังหลีถามด้วยความสงสัยว่า “เช่นนั้นเจ้ารู้หรือไม่ว่าสายเลือดที่ข้าสืบทอดคืออะไร?”
“สายเลือดมังกร”
เอ้อร์ฮาตอบ
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ถังหลีก็ตกตะลึง มังกรคือสัตว์เทพบรรพกาลในตำนาน สายเลือดของพวกมันย่อมเป็นดั่งจักรพรรดิแห่งโลกหล้าอย่างแน่นอน!
จู่ ๆ เอ้อร์ฮาก็ย้อนถามว่า “เจ้าคงสงสัยมากสินะว่าเหตุใดสายเลือดของเจ้าถึงต่ำต้อยเช่นนี้?”
ถังหลีพยักหน้า สายเลือดขั้นห้า แม้ในสำนักเทียนหยวนจะนับเป็นระดับสูงสุด แต่หากเทียบกับทั่วทั้งจักรวรรดิเทียนหลงแล้ว ก็เป็นเพียงระดับกลางค่อนสูงเท่านั้น ดูไม่สอดคล้องกับสายเลือดจักรพรรดิในตำนานเลย
เอ้อร์ฮามองถังหลีแล้วอธิบายว่า “เพราะสายเลือดมังกรที่เจ้าสืบทอดแทบทั้งหมดอยู่ในสภาพหลับใหล หากต้องการยกระดับ ก็จำเป็นต้องกลืนกินต้นกำเนิดแห่งฟ้าดินให้มากพอ”
ถังหลีตื่นเต้นอย่างยิ่ง อดถามไม่ได้ว่า “อะไรนะ! เจ้าหมายความว่าสายเลือดของข้ายังวิวัฒนาการและยกระดับได้อีกหรือ! แล้วข้าจะได้ต้นกำเนิดแห่งฟ้าดินมาอย่างไร!”
“สมบัติวิเศษแห่งฟ้าดินบางอย่าง รวมถึงสิ่งมีชีวิตแห่งฟ้าดิน ล้วนมีต้นกำเนิดแห่งฟ้าดินอยู่ในตัว เรื่องเหล่านี้ค่อยพูดกันทีหลัง ตอนนี้เจ้ามาฝึกวิชาเร้นลับชุดหนึ่งก่อน”
เอ้อร์ฮาโบกอุ้งเท้า ไม่อยากพูดให้มากความ เพราะต่อให้พูดไปตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์
“แล้ว...สายเลือดของข้าจะยกระดับได้สูงสุดถึงระดับใด จะเป็นระดับปฐพีในตำนานหรือไม่?”
ถังหลียังคงอดถามต่อไม่ได้
ตามบันทึกในตำรา ระดับสายเลือดแบ่งเป็นขั้นหนึ่งถึงขั้นเก้า เหนือกว่านั้นคือระดับปฐพีในตำนาน
“สายเลือดระดับปฐพีที่ไร้ค่านั่น คู่ควรกับคำว่า ‘ตำนาน’ ด้วยหรือ?”
เอ้อร์ฮาส่ายหัวสุนัข มองถังหลีอย่างดูแคลนแล้วกล่าว
“สายเลือดระดับปฐพีเป็นสายเลือดไร้ค่าหรือ?”
ชั่วขณะนั้น สมองของถังหลีอื้ออึงไปหมด แล้วสายเลือดมังกรจะเป็นสิ่งมีชีวิตระดับใดกันแน่!
เอ้อร์ฮาเดินไปหยุดตรงหน้าหม้อโบราณ แล้วกล่าวว่า “จงถ่ายเทพลังสายเลือดของเจ้าเข้าไปในหม้อโบราณ”
ถังหลีพยักหน้าทำตาม ไม่นานนัก อักขระรูปมังกรสีทองก็ปรากฏขึ้นบนหม้ออีกครั้ง ก่อนจะเข้าสู่ทะเลจิตสำนึกของถังหลี
ผ่านไปถึงครึ่งชั่วยาม ถังหลีจึงดูดซับอักขระเหล่านั้นจนหมด
“วิชาเร้นลับช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่ง!”
ถังหลีตื่นตะลึงอยู่ในใจ หลังจากอักขระสีทองเหล่านี้เข้าสู่ทะเลจิตสำนึกของเขา ก็แปรเปลี่ยนเป็นวิชาเร้นลับชุดหนึ่งที่มีชื่อว่า “เคล็ดมังกรต้นกำเนิด” วิชาเร้นลับชุดนี้เหนือกว่าวิชาเร้นลับที่เขาเคยสัมผัสในสำนักเทียนหยวนหลายเท่านัก!
“วิชาเร้นลับนี้อยู่ในระดับใด?”
ถังหลีอดถามเอ้อร์ฮาไม่ได้
เท่าที่ถังหลีรู้ วิชาเร้นลับแบ่งเป็นระดับสามัญ ระดับเหลือง ระดับปฐพี และระดับสวรรค์ในตำนาน
“ไม่รู้ ข้ารู้เพียงว่าถังอี้เคยฝึกวิชานี้ด้วย” เอ้อร์ฮาพินิจถังหลีครู่หนึ่ง แล้วกล่าวอย่างดูแคลนว่า “อ่อนแอเกินไป รีบยกระดับขอบเขตเสีย หากยังอยู่ในสภาพเช่นนี้ ต่อให้ตายไปเจ้ายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตายได้อย่างไร”
