ปกติเธอไม่ได้พิถีพิถันกับตัวเองทุกวัน
แปรงฟันล้างหน้าอย่างรวดเร็ว ทุกขั้นตอนแทบจะเสร็จสิ้นในคราวเดียว
ส่วนการบำรุงผิว เธอเพียงทาน้ำโทนเนอร์ โลชั่น ครีมกันแดด และครีมไวท์เทนนิ่งไม่กี่อย่างนี้ก็เป็นอันเรียบร้อย จากนั้นก็แต่งหน้าอ่อน ๆ ง่าย ๆ เมื่อเทียบกับผู้หญิงที่พิถีพิถันเหล่านั้น สิ่งที่เธอทำก็ไม่นับว่าเป็นอะไรเลย
แม้เสิ่นฉิงจะไม่ได้บำรุงผิวเหมือนผู้หญิงคนอื่น ๆ อยู่บ่อยครั้ง แต่ใบหน้าของเธอก็ยังคงขาวนวลและชุ่มชื้นเหมือนเดิม ราวกับไข่ที่ปอกเปลือกแล้ว
เมื่อแต่งหน้าอ่อน ๆ แบบง่าย ๆ แล้ว เธอก็ยังดูมีเสน่ห์ไม่ธรรมดา
……
ไม่นาน เธอก็จัดการตัวเองเสร็จแล้วเดินออกจากห้องน้ำ
เธอตรงไปยังห้องครัว
พอดีโจ๊กก็สุกได้ที่แล้ว
เธอหยิบชามสองใบออกมาจากตู้
แล้วตักโจ๊กใส่ชามทั้งสองใบ
จากนั้นก็หยิบจานออกมา ใส่เปาะเปี๊ยะลงในจาน
แล้วยกไปวางบนโต๊ะอาหาร
เสิ่นฉิงตะโกนไปทางห้องรับแขกว่า “กินข้าวได้แล้ว!”
เยี่ยนเป่ยเดินเข้ามา มองอาหารที่ดูน่ากินพอสมควร แล้วนั่งลงตรงโต๊ะอาหาร
เสิ่นฉิงหยิบตะเกียบเสร็จแล้วก็นั่งลงเช่นกัน
เยี่ยนเป่ยเอ่ยขึ้นว่า “คิดไม่ถึงเลยว่าเธอจะทำอาหารเป็น ฉันนึกว่าเธอออกไปซื้ออาหารเช้าข้างนอกทุกวันเสียอีก!”
“บางครั้งฉันก็ทำกินเอง แต่ส่วนใหญ่จะซื้ออาหารเช้าข้างนอก วันนี้ไม่ใช่ว่ามีเวลาว่างหรอกเหรอ ฉันก็เลยทำเอง” เสิ่นฉิงกล่าว “นายลองชิมดูสิ ลองชิมฝีมือการทำอาหารที่นาน ๆ ทีฉันจะทำสักครั้งหน่อยว่าเป็นอย่างไรบ้าง”
เยี่ยนเป่ยยกชามโจ๊กขึ้นมา ใช้ช้อนตักเข้าปากหนึ่งคำ ลิ้มรสอยู่ไม่กี่วินาที ก่อนเอ่ยว่า “ไม่เลวเลย!”
