ตรงหน้านี่คือห้างหรรษาหยาง ห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในจิงตู ตอนนี้เป็นของอวี่เจิ้งกรุ๊ปแล้ว เมื่อปีที่แล้วถูกอวี่เจิ้งกรุ๊ปซื้อกิจการทั้งหมด
จะบอกว่าเขาไม่รู้จักก็คงเป็นไปไม่ได้ เพราะโปรเจกต์นี้เมื่อปีที่แล้วเขาเป็นคนเจรจาเอง
"ก็ได้!" เฉินฉิงตอบรับส่ง ๆ แล้วหันไปมองนอกหน้าต่าง
ผ่านไปครู่หนึ่ง ไม่รู้เธอนึกอะไรขึ้นได้ จู่ ๆ ก็ถามขึ้นว่า "เมื่อก่อนคุณทำงานอะไรมา"
เท้าของเยี่ยนเป่ยที่เหยียบคันเร่งอยู่คลายลงเล็กน้อย ความเร็วรถจึงชะลอลงนิดหนึ่ง
"ผมเคยทำมาหมดแล้วล่ะครับ ทั้งขายบ้าน ล้างรถ บริกร... อีกเยอะแยะไปหมด"
"หลายปีมานี้คุณน่าจะเก็บเงินได้บ้างสิ ทำไมถึงไม่มีที่อยู่เลยล่ะ" เฉินฉิงถาม
เธอหมายความว่า ถึงไม่ซื้อบ้าน ก็น่าจะมีห้องเช่าอยู่บ้าง
"คือ... เมื่อปีก่อนผมไปลงทุนน่ะครับ เงินหมดไปกับการลงทุนหมดเลย คิดทีไรก็ปวดใจ นั่นมันเงินน้ำพักน้ำแรงของผม" เยี่ยนเป่ยทำสีหน้าสลดหดหู่
"ไม่เป็นไรนะ ทุกคนก็ต้องเคยเจอช่วงขึ้น ๆ ลง ๆ ด้วยกันทั้งนั้น ต่อไปเริ่มใหม่ก็ได้" เฉินฉิงปลอบ
"อืม"
เฉินฉิงไม่เคยเอาเรื่องฐานะการเงินมาเป็นมาตรฐานในการหาแฟนเลย
บางทีอาจเป็นเพราะเรื่องเงินไม่ใช่สิ่งที่เธอสนใจ เธอคิดว่าแค่พอใช้ก็พอแล้ว
เฉินฉิงที่นั่งอยู่ข้างคนขับรู้สึกว่าฝีมือการขับรถของเยี่ยนเป่ยไม่ได้โม้เลย ดีจริง ๆ ตอนแรกเธอนึกว่าเยี่ยนเป่ยแค่โอ้อวดว่าตัวเองขับรถเก่ง
ดูจากเทคนิคที่คล่องแคล่วขนาดนี้ก็บอกได้เลยว่าเขาเป็นเซียนพวงมาลัยตัวยง
เฉินฉิงชำเลืองมองเขาแล้วเอ่ยว่า "ไม่นึกเลยว่าคุณจะขับรถเก่งเหมือนกันนะ"
