“กิจกรรมร่วมก่อสร้าง?”
ท่านปู่โจวอ่านแผนงานในมือจนจบอย่างละเอียด แล้วอดอุทานด้วยความประหลาดใจไม่ได้
โจวหานจางพยักหน้าเล็กน้อย “ผมจะตอบรับคำเรียกร้องของฝ่ายงานประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมในนามของกองทัพ เป็นหัวหน้าจัดตั้งทีมงานร่วมข้ามสายงานขึ้นมา ทีมหนึ่งอาจเป็นกลุ่มคนในท้องถิ่น ก็คือหมิงหยวนกับคนอื่น ๆ แล้วก็จี้เสวี่ย”
ตอนนี้ทุกพื้นที่ต่างจัดตั้งหน่วยงานเพื่อเร่งรวบรวมประวัติศาสตร์บอกเล่าของคนรุ่นก่อน จัดระเบียบโบราณวัตถุที่กระจัดกระจาย และซ่อมแซมบูรณะโบราณสถานสำคัญ นับเป็นภารกิจทางการเมืองที่จริงจังและเร่งด่วน
นี่ก็เป็นสิ่งที่โจวหานจางเตรียมจะทำต่อจากนี้
หลังจากพูดคุยกับเมิ่งจี้เสวี่ยเมื่อคืน เขาก็เกิดความคิดนี้ขึ้นมา
โจวหานจางตั้งใจอาศัยโอกาสนี้เป็นผู้จัดงาน ให้หนุ่มโสดของตระกูลโจวกับเมิ่งจี้เสวี่ยเข้าร่วมด้วยกัน แล้วจัดตั้งทีมงานอิสระขึ้นมา
ชื่อที่ใช้ย่อมฟังดูดี เพราะถือเป็นการทำงานเพื่อประเทศชาติ
หากต้องการดึงตัวพวกเขามาร่วมงาน โจวหานจางเพียงแค่ส่งคำสั่งไปยังสถานที่ทำงานของตระกูลโจว แล้วขอยืมตัวคนออกมาก็พอ ระยะเวลากำหนดไว้ตั้งแต่ครึ่งเดือนถึงหนึ่งเดือน
ท่านปู่โจววางแผนงานลง สีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย “ทำไมจู่ ๆ ถึงคิดแบบนี้ล่ะ ให้จี้เสวี่ยอยู่ที่นี่ ได้ทำความรู้จักและสร้างความรู้สึกกับหลานชายของแกหลายคน ไม่ดีกว่าหรือ”
สถานที่ที่โจวหานจางจัดเตรียมไว้เป็นเขตฐานที่มั่นเก่าแห่งหนึ่ง อยู่ในหมู่บ้านกลางหุบเขาลึก เรียกได้ว่าตัดขาดจากโลกภายนอกเลยทีเดียว การไปที่นั่นครั้งนี้ย่อมต้องลำบาก
ท่านปู่โจวไม่ได้เป็นห่วงว่าหลานชายของตัวเองจะต้องลำบาก แต่กลัวว่าเมิ่งจี้เสวี่ยจะทนไม่ไหว
