สวีจื้อหย่วนอดสงสัยไม่ได้ “ใครกันที่ไม่ไหว?”
โจวหานจางปรายตามองเขา “เรื่องนี้นายไม่จำเป็นต้องรู้ คืนนี้ฉันมาหานายก็เพราะเรื่องนี้ ถ้านายตอบฉันไม่ได้ ฉันก็กลับก่อนแล้วกัน”
ช่างมีท่าทีเหมือนผู้ชายสารเลวที่ถอดใจแล้วตัดเยื่อใยอยู่หลายส่วน
สวีจื้อหย่วนคบหาผู้คนมานาน ย่อมรู้ว่าควรวางตัวอย่างไร
เห็นโจวหานจางไม่ยอมพูด เขาจึงไม่ซักต่อ แม้ในใจจะอยากรู้แทบแย่ แต่บางเรื่องก็ไม่ควรถามให้มากความ
ก่อนหน้านี้สวีจื้อหย่วนเคยคิดว่าอาจเป็นเพราะโจวหานจางเก็บกดมานาน ไม่เคยใกล้ชิดผู้หญิง จึงเป็นแบบนี้ พูดง่าย ๆ ก็คืออั้นจนเพี้ยนไปแล้ว
แต่หลังจากพี่สะใภ้ใหญ่ตระกูลโจวคอยแนะนำผู้หญิงให้โจวหานจางอยู่ตลอด เขาก็ยังไม่สนใจอะไร ท่าทีเย็นชาเหมือนเดิม ทั้งยังแผ่บรรยากาศกดดันและเย็นเยียบยิ่งกว่าปกติ
สวีจื้อหย่วนจึงคิดว่าปัญหาของโจวหานจางน่าจะอยู่ที่จิตใจมากกว่า
ในยุคนี้มีกรณีศึกษาด้านนี้ไม่มากนัก สวีจื้อหย่วนเพิ่งรู้ว่ามีคนส่วนน้อยที่มีอาการผิดปกติจากคนทั่วไป หลังจากไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศ
อย่างโรคทางจิตใจนี้ ส่วนใหญ่เกิดจากความคิดที่กระตุ้นให้ร่างกายตอบสนอง โดยพื้นฐานแล้วไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทำงานของร่างกาย
โรคประเภทนี้รักษายากกว่าปัญหาทางร่างกายมาก
