เมิ่งจี้เสวี่ยหายตัวไป
โจวหานจางมาถึงหน้าประตูใหญ่แล้วไม่เห็นทั้งสองคน จึงคิดว่าพวกเธอคงเข้าไปก่อนแล้ว แต่พอเข้าไปข้างในก็ยังไม่เห็นใคร ตั๋วหนังยังอยู่ในมือเขา พวกเขาจึงเข้าไปตรง ๆ ไม่ได้
ตอนแรกเขาคิดว่าบางทีทั้งสองคนอาจอยากใช้เวลาส่วนตัวกันตามลำพัง เลยแยกตัวจากเขาไป
ถ้าเป็นอย่างนั้น โจวหานจางก็คงไม่ถือสา
แต่ทันทีที่ความคิดนี้ผุดขึ้นมา
โจวจือซูก็กลับมาพร้อมของพะรุงพะรัง หอบจนแทบพูดไม่ออก แต่ยังตะโกนเรียกโจวหานจางอย่างตื่นเต้น
“อาเล็ก!”
โจวหานจางหันไปมอง
แต่ไม่มีเมิ่งจี้เสวี่ย
กระทั่งโจวจือซูวิ่งมาถึงตรงหน้า โจวหานจางจึงเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“จี้เสวี่ยล่ะ”
โจวจือซูชะงักไป ก่อนจะตอบอย่างไม่ทันคิดว่า “ไม่ได้เข้าไปก่อนแล้วเหรอครับ?”
สีหน้าของโจวหานจางเย็นชาลงกว่าเดิม “ฉันเข้าไปดูแล้ว ไม่มีใคร เธอไม่มีตั๋ว แล้วนายวิ่งไปไหนมา ทำไมไม่ดูแลเธอให้ดี”
ได้ยินดังนั้น
ใบหน้าของโจวจือซูก็ซีดเผือด “ผม... ผมไปซื้อของกินมา คิดว่าจี้เสวี่ยอาจจะอยากกิน เธอ... เธอจะกลับไปก่อนหรือเปล่าครับ?”
โจวหานจางปรายตามองเขาอย่างเย็นชา “ทะเลาะกันหรือไง”
ถ้าไม่ได้ทะเลาะกัน แล้วทำไมเธอถึงจากไปโดยไม่บอกกล่าว
โจวจือซูย่อมไม่ยอมรับ โดยเฉพาะคำพูดของเมิ่งจี้เสวี่ยที่กระทบศักดิ์ศรีของเขาเข้าอย่างจัง หากเล่าให้อาเล็กฟัง เขามั่นใจว่าโจวหานจางต้องนำเรื่องไปบอกท่านปู่โจวตามตรงแน่
