ใบหน้าเล็กจ้อยขนาดเท่าฝ่ามือปรากฏอยู่ตรงหน้า ดูผอมบางอยู่บ้าง คางเรียวเชิดขึ้นเล็กน้อย ยิ่งขับให้ดวงตาคู่งามฉ่ำวาวชวนให้คนเอ็นดูสงสาร
ตลอดชีวิตยี่สิบแปดปีของโจวหานจาง นอกจากผู้หญิงที่จำเป็นต้องติดต่อด้วยแล้ว คนส่วนใหญ่ที่เขาพบก็เป็นเด็กผู้หญิงในตระกูล ซึ่งล้วนเป็นรุ่นน้องและมีสายเลือดเกี่ยวข้องกัน นอกเหนือจากนั้นกล่าวได้ว่าโจวหานจางไม่เคยใกล้ชิดกับผู้หญิงคนไหนเลย
เมิ่งจี้เสวี่ยเป็นข้อยกเว้น
ตอนเธออายุสามขวบ จู่ ๆ ก็เข้ามาในโลกของโจวหานจางเช่นนั้น
เวลานั้นโจวหานจางอายุเพียงสิบสามปี
เมิ่งจี้เสวี่ยน่ารักน่าเอ็นดูมาตั้งแต่เด็ก ราวกับตุ๊กตาที่แกะสลักจากหยก ทั้งยังจริงจังกับทุกเรื่อง คำพูดคำจานุ่มนวลชวนให้คนชอบ พอเข้ามาอยู่ตระกูลโจว เธอก็กลายเป็นขวัญใจของทุกคนในบ้าน
ใครเล่าจะไม่ชอบเด็กผู้หญิงแบบนี้ เวลาพูดก็เสียงอ่อนหวาน ดวงตากลมโตดำขลับกะพริบปริบ ๆ ราวกับจะทำให้หัวใจคนละลาย
โจวหานจางเพิ่งรู้เป็นครั้งแรกว่า บนโลกนี้ยังมีเด็กน้อยน่ารักขนาดนี้ด้วย
เด็กสามขวบเริ่มจำเรื่องราวได้บ้างแล้ว เวลามาค้างที่ตระกูลโจว เธอมักละเมอร้องเรียกแม่ทั้งน้ำตา ตอนนั้นโจวหานจางอดคิดไม่ได้ว่า จะมีใครใจแข็งทอดทิ้งลูกสาวน่ารักขนาดนี้ได้ลงคอ
ชีวิตอันน่าเบื่อของโจวหานจางมีเสียงหัวเราะและแสงแดดเพิ่มขึ้น เพราะการมาของเด็กหญิงตัวน้อย
บางทีความทรงจำเหล่านั้น เมิ่งจี้เสวี่ยอาจลืมไปหมดแล้ว
ตอนอายุสิบหก เขาออกจากบ้านไป พอกลับมาอีกครั้ง เมิ่งจี้เสวี่ยก็เติบโตเป็นสาวแล้ว ใบหน้าเล็ก ๆ ที่เคยเป็นเด็กน้อยในความทรงจำมีความมุ่งมั่นแน่วแน่เพิ่มขึ้น เธอฝึกฝนวิชาวาดภาพลับเฉพาะของตระกูลเมิ่งวันแล้ววันเล่า วาดแล้ววาดอีก ราวกับจมดิ่งอยู่ในโลกของภาพวาด และรอบตัวเธอก็มีผู้ติดตามเพิ่มขึ้นมากมาย
