โจวจือซูยิ้มร่าแล้วลุกขึ้นยืนทันที
แม้จะมีเหตุการณ์ไม่คาดคิดอยู่บ้าง เดิมทีเขาตั้งใจจะใช้เวลาสองต่อสองกับเมิ่งจี้เสวี่ย แต่ก่อนหน้านี้ถูกปฏิเสธไปแล้ว ตอนนี้เมิ่งจี้เสวี่ยกลับตอบตกลง เขาจึงมีโอกาสเปลี่ยนใจเธอได้
ส่วนพี่น้องคนอื่น ๆ ในตระกูลโจว เมื่อเห็นโจวจือซูชวนเมิ่งจี้เสวี่ยก่อน บางคนก็ไม่ใส่ใจ บางคนไม่ค่อยพอใจ และบางคนก็รู้สึกขุ่นเคืองเล็กน้อย
หลังจากทั้งสามคนออกไปแล้ว
ท่านปู่โจววางชามกับตะเกียบลง มองหลานชายหลายคนที่ต่างก็มีความคิดของตัวเอง ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า “วันนี้พวกเธอทำให้ปู่ผิดหวังมาก ต่อให้ไม่ได้คิดอะไร อย่างน้อยก็ควรมีมารยาทขั้นต่ำ ตระกูลเมิ่งมีบุญคุณกับครอบครัวเรา จี้เสวี่ยก็เติบโตมาในบ้านเราตั้งแต่เด็ก ปู่ถือเธอเป็นหลานสาวแท้ ๆ มานานแล้ว ปู่จะพูดเป็นครั้งสุดท้าย จี้เสวี่ยเลือกใคร คนนั้นก็ต้องแต่งกับเธอ ไม่อย่างนั้นก็อย่ามาให้ปู่เห็นหน้าอีก”
คำพูดนั้นหนักแน่นยิ่งนัก
พวกเขามองหน้ากันไปมา
สุดท้ายก็ได้แต่ขานรับเสียงอุบอิบว่า “ทราบแล้วครับ ท่านปู่”
จะทำอย่างไรได้ล่ะ
กฎของตระกูลโจวในเรื่องนี้เข้มงวดมาก ผู้ใหญ่ก็คือผู้ใหญ่ ผู้น้อยก็คือผู้น้อย ไม่มีใครก้าวข้ามได้
เมื่อออกมาจากลานบ้าน
ท้องฟ้าก็มืดลงแล้ว
หิมะหนาปกคลุมทั่วพื้น ขาวสะอาดไร้ตำหนิ
ด้านนอกมีรถจี๊ปคันโก้จอดอยู่
โจวหานจางเดินเข้าไปเปิดประตูรถ แล้วขึ้นไปนั่งก่อน
โจวจือซูตามไปติด ๆ ก่อนเปิดประตูเบาะหลัง วางท่ามีมารยาทเต็มที่ ตั้งใจจะให้เมิ่งจี้เสวี่ยขึ้นรถก่อน
