จิ่วจิ่วและพวกติดตามฝูเป่ากับเฉียวอวี้ซูมาจนถึงร้านขายข้าวแห่งหนึ่งในเมือง
ใต้ดินของลานหลังร้านขายข้าวกลับมีห้องลับอยู่ห้องหนึ่ง
ฝูเป่าก้าวเข้าไปในห้องลับได้ไม่นาน ชิงอู๋ก็ทำให้เฉียวอวี้ซูกับเถ้าแก่ร้านขายข้าวซึ่งเฝ้าอยู่ด้านนอกสลบไป
จิ่วจิ่วและอีกสองคนเข้าไปในห้องลับ กลิ่นคาวเลือดเข้มข้นในอากาศทำให้เกือบเผยร่องรอย
จิ่วจิ่วย่นจมูกน้อย ๆ แล้วหยิบลูกกวาดเมล็ดสนใส่ปาก
รสหวานที่ปลายลิ้นช่วยกลบกลิ่นคาวเลือดชวนคลื่นเหียนไปจนหมด
นางมองชิงอู๋กับเด็กหนุ่มชุดแดง ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย
ชิงอู๋นั้นไม่ต้องพูดถึง อย่างไรเขาก็เคยผ่านสนามรบ จึงคุ้นชินกับกลิ่นคาวเลือดแล้ว
แต่เด็กหนุ่มชุดแดงกลับมีท่าทีสงบนิ่งไม่ต่างกัน ชวนให้ขบคิดอยู่ไม่น้อย
ทว่ายามนี้เห็นชัดว่าไม่ใช่เวลาสืบหาที่มาของเด็กหนุ่มชุดแดง
จิ่วจิ่วละสายตา หันไปมองฝูเป่าซึ่งอยู่ลึกเข้าไปในห้องลับ
ขณะนี้สตรีสวมเสื้อคลุมดำที่อยู่ข้างฝูเป่าได้นำเลือดของเด็กชายและเด็กหญิงมาให้แล้ว
ฝูเป่าวางชามเลือดสดไว้บนแท่นบูชา ปากพึมพำร่ายคาถา
ครู่หนึ่งฝูเป่าก็ลุกขึ้น กล่าวกับสตรีชุดคลุมดำเสียงเรียบว่า “เรียบร้อยแล้ว ทำตามธรรมเนียมเดิม ผ่าท้องควักทารกจากครรภ์หญิงมีครรภ์เหล่านั้นออกมา แล้วนำไปบูชายัญพร้อมกับหัวใจของเด็กชายและเด็กหญิงพวกนั้นก็พอ”
“เพคะ ข้าน้อยจะปฏิบัติตามคำสั่งของนายท่าน” สตรีชุดคลุมดำรับคำ
ฝูเป่าสั่งการเสร็จก็หันหลังจากไป
เห็นได้ชัดว่านางไว้วางใจสตรีชุดคลุมดำผู้นั้นอย่างยิ่ง
เมื่อทั้งสองออกไป ก็เห็นเฉียวอวี้ซูกับเถ้าแก่ร้านขายข้าวฟุบศีรษะหลับอยู่
