“นึกออกแล้วหรือ?”
จิ่วจิ่วหยุดมือ มองเซียวจิ่วเยวียนอย่างเคลือบแคลง
เส้นผมยาวดำสนิทราวหมึกของเซียวจิ่วเยวียนเปียกชุ่มแนบใบหน้า สภาพน่าเวทนายิ่ง
เมื่อได้ยินจิ่วจิ่วถามเช่นนั้น แววตาของเขาก็ไหววูบ ก่อนตอบว่า “ใช่ ข้านึกออกหมดแล้ว”
จิ่วจิ่วถามเขา “นึกออกแล้วหรือว่าข้าเป็นดวงใจแก้วตาที่เจ้ารักที่สุด?”
เซียวจิ่วเยวียนตอบทันที “ใช่ ข้านึกออกแล้วว่าเจ้าเป็นดวงใจแก้วตาที่ข้ารักที่สุด เป็นคนสำคัญที่สุดของข้า”
“เช่นนั้นก็ยังฉลาดอยู่บ้างนี่” จิ่วจิ่วพูดจบก็จับผมเขากดลงน้ำอย่างแรง
เซียวจิ่วเยวียนถูกนางกดลงน้ำโดยไม่ทันตั้งตัว จึงกลืนน้ำเข้าไปหลายอึก
ที่น่าเจ็บใจคือเขายังดิ้นรนไม่ได้อีก ช่างอยากร้องไห้แต่ไร้น้ำตานัก
ในที่สุด จิ่วจิ่วก็เล่นจนพอใจ
ส่วนเซียวจิ่วเยวียนเหลือเพียงลมหายใจรวยริน
เขาถามจิ่วจิ่วอย่างอ่อนแรง “เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าความทรงจำของข้ายังไม่กลับคืนมา?”
“หึ” จิ่วจิ่วหัวเราะเย็นชา “เสี่ยวเยวียนจื่อไม่มีทางน่าขยะแขยงเช่นเจ้า พูดจาเลี่ยนหูถึงเพียงนั้นหรอก”
เซียวจิ่วเยวียนได้ยินแล้วเส้นเลือดตรงขมับก็เต้นตุบ ๆ
ทั้งหมดนี่เป็นเพราะผู้ใดกัน?
นางยังมีหน้ามาพูดเช่นนี้อีกหรือ?
แม้ในใจเขาจะขุ่นเคืองเต็มอก แต่ก็ไม่กล้าระบายออกมา
เกรงว่านางจะไม่พอใจขึ้นมาอีก แล้วกดหัวเขาลงน้ำทรมานซ้ำอีกสามร้อยกระบวนท่า
เขากลัวว่าตนจะเอาชีวิตมาทิ้งเสียก่อน
เมื่อเซียวจิ่วเยวียนรู้สึกว่าตนใกล้จะถูกต้มสุก ในที่สุดจิ่วจิ่วก็เมตตา สั่งให้คนช่วยลากเขาขึ้นมา
ข้างกายมีถังน้ำแข็งที่เตรียมไว้ก่อนแล้ว
ในอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่เต็มไปด้วยก้อนน้ำแข็ง
