“ช้าก่อน!”
จิ่วจิ่วร้องเรียกสิงโตเฒ่าที่กำลังหลังค่อมเดินจากไป
สิงโตเฒ่าชะงักฝีเท้า ก่อนหันกลับมามองจิ่วจิ่ว
จิ่วจิ่วยักไหล่พลางกล่าวว่า “เรื่องพิษข้าสอนเจ้าไม่ได้ อย่างไรเสียเจ้าก็ไม่เหมือนข้า ผู้มีพรสวรรค์เช่นข้า ต่อให้เจ้าไม่ขี่ม้า แต่ขี่มังกรก็ไล่ตามไม่ทัน ทว่าข้าพอจะชี้แนะแนวทางให้ได้...”
“ขอท่านอาจารย์โปรดรับการคารวะจากศิษย์!”
จิ่วจิ่วยังพูดไม่ทันจบ สิงโตเฒ่าก็คุกเข่าลงคารวะขอเป็นศิษย์เสียแล้ว
จิ่วจิ่วยังไม่ทันตั้งสติ สิงโตเฒ่าก็โขกศีรษะเสียงดังติดกันสามครั้ง
“ท่านอาจารย์ โปรดชี้แนะ” หลังโขกศีรษะแล้ว แม้แต่คำเรียกขานก็เปลี่ยนไป
คราวนี้จิ่วจิ่วถึงได้สติ นางมองสิงโตเฒ่าด้วยแววตาซับซ้อน ปนความขุ่นเคืองอยู่หลายส่วน
“สิงโตเฒ่า เจ้าเล่นไม่ซื่อกับข้าหรือ?”
สิงโตเฒ่ากล่าวแก้คำเรียกของจิ่วจิ่วอย่างจริงจัง “ท่านอาจารย์เรียกข้าว่าเสี่ยวซือก็พอ”
มุมปากจิ่วจิ่วกระตุกหลายครั้ง
ยังจะเสี่ยวซืออีก เจ้าคนหน้าหนาไร้ยางอาย
อายุหลายสิบปีแล้ว ยังเรียกตัวเองว่าเด็ก เจ้ามีตรงไหนที่คู่ควรกับคำว่าเด็กบ้าง?
“อย่ามาไม้ตายนี้กับข้า มีอะไรไม่เข้าใจก็มาถามได้ แต่เรื่องรับศิษย์ อย่าได้เอ่ยถึง!” จิ่วจิ่วไม่อยากรับชายชราอายุมากเช่นนี้เป็นศิษย์ พาออกไปข้างนอกช่างเสียหน้าเหลือเกิน
แต่สิงโตเฒ่ากลับเกาะติดนางไม่ยอมปล่อย พลางส่ายหน้าอย่างบ้าคลั่ง “ข้าโขกศีรษะคารวะอาจารย์แล้ว ตั้งแต่วันนี้ท่านก็เป็นอาจารย์ของข้า เป็นอาจารย์เพียงวันเดียว ก็คืออาจารย์ไปชั่วชีวิต!”
“เป็นอาจารย์เพียงวันเดียวก็เท่ากับเป็นบิดาไปชั่วชีวิตด้วย แล้วเหตุใดเจ้าไม่เรียกข้าว่าท่านพ่อเล่า?” จิ่วจิ่วกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์
