“พวกเจ้ามากันได้อย่างไร?”
จิ่วจิ่วก้าวเข้ามาด้วยท่วงท่าหยิ่งผยอง
เมื่อเห็นลั่วกุ้ยเฟยนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวที่นางนั่งเป็นประจำ ใบหน้าน้อยพลันบึ้งตึง “ใครอนุญาตให้เจ้านั่งที่ของราชันผู้นี้? ลุกขึ้น!”
“บังอาจนัก! ข้าคือ...” ลั่วกุ้ยเฟยอ้าปากกำลังจะตำหนิ
จิ่วจิ่วเอ่ยตัดบททันที “ชิงอู๋ โยนางออกไปให้ราชันผู้นี้เดี๋ยวนี้”
ชิงอู๋ก้าวออกไปหาลั่วกุ้ยเฟยทันที “กุ้ยเฟยเหนียงเหนียง เชิญพ่ะย่ะค่ะ!”
ลั่วกุ้ยเฟยโกรธจนสีหน้าเขียวคล้ำ “บังอาจ! พวกเจ้ากล้าล่วงเกินข้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ?”
“หึ ๆ ข้าล่วงเกินแล้ว เจ้าจะทำอะไรข้าได้?”
จิ่วจิ่วกลอกตา ก่อนหันไปเอ่ยกับจักรพรรดิจิ้นยวนตี้ “เสด็จปู่ ข้าหิวแล้ว อยากกินขนม”
“อ้า!”
นางอ้าปาก บอกเป็นนัยให้จักรพรรดิจิ้นยวนตี้ป้อน
จักรพรรดิจิ้นยวนตี้มองจิ่วจิ่วด้วยสายตาจนใจระคนเอ็นดู “ได้ ๆ เสด็จปู่จะป้อนขนมให้หย่งอานเอง”
ไท่จื่อกล่าวถูกแล้ว หย่งอานเป็นเด็กนำโชคจริง ๆ
นับแต่หย่งอานได้พบกับไท่จื่ออีกครั้ง พิษของไท่จื่อก็ถูกถอน ขาทั้งสองข้างกลับมาเป็นปกติ
หัวจิ้นก็ตั้งครรภ์
แม้แต่วั่งเฉินปีศาจนักบวชผู้นั้นก็ถูกกำจัด
กระบี่ศักดิ์สิทธิ์พิทักษ์แคว้นยังยอมรับนางเป็นนาย
ไม่ว่าพระองค์จะตามใจหย่งอานเพียงใดก็ไม่เกินไป
“อยากดื่มชา” จิ่วจิ่วเคี้ยวขนมในปากจนละเอียดแล้วกลืนลงไป ก่อนชี้ถ้วยชาบนโต๊ะพลางบอกว่าอยากดื่มชา
จักรพรรดิจิ้นยวนตี้ยกถ้วยชาขึ้นป้อนให้จิ่วจิ่วทันที
ดื่มชาแล้วจิ่วจิ่วยังเอ่ยอีกว่า “ขนมนี่ใครทำหรือ? มันเลี่ยนจะตาย”
จักรพรรดิจิ้นยวนตี้ซึ่งเมื่อครู่ยังชมว่าขนมอร่อย รีบเปลี่ยนคำพูดทันที “หย่งอานไม่ชอบก็ไม่ต้องทำอีก คราหน้าให้ทำรสที่หย่งอานชอบ”
