“ว้าว เสี่ยวเยวียนจื่อ นี่คือจวนของเจ้าที่เมืองหลวงแคว้นเชียงหรือ?”
จิ่วจิ่วติดตามเซียวจิ่วเยวียนเข้าไปในจวนแห่งหนึ่ง ดวงตากลมโตเปี่ยมไปด้วยความยินดี
เซียวจิ่วเยวียนเห็นนางร่าเริงประหนึ่งกระต่ายน้อย มุมปากก็ยกขึ้นโดยไม่รู้ตัว
“ชอบถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?” เซียวจิ่วเยวียนถาม
จิ่วจิ่วพยักหน้า “อื้อ ชอบ จวนหลังนี้คงราคาไม่น้อยกระมัง?”
ระหว่างพูด ดวงตาของจิ่วจิ่วก็กลอกไปมารอบหนึ่ง ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้เซียวจิ่วเยวียนแล้วเอ่ยว่า “เสี่ยวเยวียนจื่อ เรามาตกลงกันสักเรื่องเถิด เจ้าดูสิ เจ้าเป็นฮ่องเต้แห่งมหาอาณาจักรฉี จวนในแคว้นเชียงหลังนี้เก็บไว้ก็ไม่มีประโยชน์อะไร ใช่หรือไม่? พวกเราเป็นพ่อลูกแท้ ๆ บัญชีต้องคิดให้ชัด จวนหลังนี้ข้าซื้อเอง”
“ซื้อ?” เซียวจิ่วเยวียนเลิกคิ้ว ก่อนเงยหน้ามองท้องฟ้า
เขาลอบคิดว่า นี่ตะวันขึ้นทางทิศตะวันตกแล้วหรือไร?
เด็กน้อยที่เหมือนปี่เซียะตัวนี้ รู้จักควักเงินออกมาด้วยหรือ?
ความคิดนี้เพิ่งผุดขึ้น เซียวจิ่วเยวียนก็ได้ยินจิ่วจิ่วเอ่ยต่อว่า “แต่จะว่าไปแล้ว เสี่ยวเยวียนจื่อ อย่างไรพวกเราก็เป็นพ่อลูกแท้ ๆ ข้ารักเจ้าดั่งแก้วตาดวงใจ ทะนุถนอมเจ้าอย่างที่สุด ทั้งยังห่วงใยสารพัด...”
“ความผูกพันของพวกเราแน่นแฟ้นดั่งเหล็กกล้า พูดเรื่องเงินทองก็ช่างห่างเหินเกินไป เอาอย่างนี้ เจ้าส่งโฉนดจวนให้ข้า แล้วข้าจะลงครัวทำอาหารให้เจ้าสักมื้อ ทั้งแสดงให้เห็นว่าเจ้ามีน้ำใจกว้างขวาง และสะท้อนมิตรภาพอันลึกซึ้งของพวกเรา”
“ข้าช่างเป็นเด็กน้อยที่เฉลียวฉลาดและหลักแหลมเสียจริง เสี่ยวเยวียนจื่อ ข้าอิจฉาเจ้าจริง ๆ ที่มีลูกสาวล้ำค่าอย่างข้า ทั้งฉลาดเป็นกรดและมีไหวพริบเหนือผู้ใด เจ้าโชคดีที่ได้เผาเครื่องหอมสั่งสมบุญมาแต่ชาติปางก่อน ชาตินี้จึงได้เป็นพ่อแท้ ๆ ของข้า”
