จิ่วจิ่ว: ???
นางกะพริบดวงตากลมโตฉ่ำน้ำปริบ ๆ แล้วถามเด็กหนุ่มว่า “หมายความว่าอย่างไร?”
“ไม่ตกลงก็ช่างเถิด” เด็กหนุ่มพูดอย่างหมดอาลัย ก่อนจะเดินอ้อมนางจากไปอีกครั้ง
จิ่วจิ่วขวางเขาไว้อีกหน
คราวนี้นางยังยื่นมือไปคว้าแขนเด็กหนุ่มด้วย
ยังไม่ทันแตะถูกเขา เด็กหนุ่มก็สะบัดมือของนางออกอย่างมีอารมณ์ “อย่าแตะต้องข้า!”
โทสะของจิ่วจิ่วพลุ่งขึ้นมาทันควัน
นางปราดเข้าไปคว้าแขนเด็กหนุ่มพลางกล่าวว่า “ข้าจะแตะเสียอย่าง ไม่เพียงแขนเจ้าเท่านั้น ข้ายังจะแตะขา แตะท้อง แตะหัวเจ้า ข้าจะแตะให้ได้!”
จิ่วจิ่วผู้ดื้อรั้นราวกับจอมอันธพาลตัวน้อยกดเด็กหนุ่มไว้ แล้วแตะตั้งแต่หัวจรดท้องลามไปถึงแผ่นหลังของเขาจนครบถ้วน
นางนึกว่าเด็กหนุ่มคงโกรธจัด จึงเตรียมใจทะเลาะกับเขาสักยก แล้วค่อยซ้อมเขาอีกสักหน่อย
ใครจะรู้ว่าเด็กหนุ่มกลับขอบตาแดงก่ำขึ้นมาอย่างกะทันหัน ก่อนจะทรุดนั่งยอง ๆ ลงบนพื้นราวกับคนสิ้นหวัง ดุจกระต่ายขาวตัวน้อยที่ถูกรังแก ดวงตาแดงเรื่อแล้วเริ่มหลั่งน้ำตา
การกระทำเช่นนี้ทำให้จิ่วจิ่วจอมอันธพาลไปไม่เป็น
หากเจ้าพาลอาละวาด นางก็ซ้อมเจ้าได้
หากเจ้าคลุ้มคลั่ง นางก็ขุดหลุมฝังเจ้าได้
หากเจ้าปากเสีย นางก็ซ้อมเจ้าจนฟันร่วงเกลื่อนพื้นได้
แต่เจ้ากลับทำท่าราวกับภรรยาน้อยที่ถูกรังแก นั่งยอง ๆ ร้องไห้จนน้ำตาหยดแหมะ ๆ เช่นนี้ แล้วจะให้จิ่วจิ่วทำอย่างไร?
จิ่วจิ่วไม่เคยพบเจอเรื่องเช่นนี้มาก่อน จึงทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ
“อย่าร้องไห้สิ มีเรื่องอะไรก็ค่อย ๆ พูดค่อย ๆ จากัน”
“ไม่ใช่ เจ้าร้องไห้ทำไมกัน? เป็นชายชาตรีต้องหลั่งเลือดหลั่งเหงื่อ ไม่หลั่งน้ำตา เจ้าไม่รู้หรือ?”
