จิ่วจิ่วฉงน จิ่วจิ่วไม่เข้าใจ
จิ่วจิ่วเอ่ยถามชิงอู๋ถึงข้อสงสัยของตน
ชิงอู๋ขมวดคิ้วเช่นกัน “ตามกฎแล้ว ทำไม่ได้ขอรับ”
จิ่วจิ่วเข้าใจแล้ว
เช่นนั้น การออกจากวังของโจวเสวียยินก็ผิดกฎ
นางต้องลอบออกไป
จิ่วจิ่วกลอกตาไปมา แล้วคิดแผนได้
“ชิงอู๋ เจ้าช่วยข้าทำเรื่องหนึ่ง” จิ่วจิ่วกระซิบข้างหูชิงอู๋อยู่หลายคำ
ชิงอู๋สูดลมหายใจเฮือก “จวิ้นจู่น้อย เรื่องนี้เกรงว่าจะไม่เหมาะกระมังขอรับ!”
หากเป็นองค์ชายเมื่อก่อนก็ยังพอว่า
ทว่าองค์ชายในยามนี้ถึงกับลืมจวิ้นจู่น้อยไปแล้ว ทั้งยังกลับไปเป็นองค์ชายคนเดิมที่มีแต่โจวเสวียยินอยู่ในใจ
หากเขารู้เรื่องที่ตนทำ เกรงว่าหนังของตนคงถูกถลกออกไปถึงสามชั้น
“เจ้าจะไปหรือไม่?” จิ่วจิ่วถามพลางเหลือบตามองเขา
ชิงอู๋ลังเลก่อนกล่าว “หากองค์ชายพบเข้า...”
“พบก็พบสิ อย่างมากข้าก็พาเจ้าออกไปตั้งตัวกันเอง นกดีเลือกกิ่งไม้ทำรัง เข้าใจหรือไม่?” จิ่วจิ่วกล่าวขัดชิงอู๋
เห็นเขายังลังเล จิ่วจิ่วก็แค่นเสียงก่อนพูดว่า “อีกอย่าง เจ้าเต็มใจติดตามคนที่สมองถูกประตูหนีบจนกลายเป็นสุนัขเลียแข้งเลียขา หรือจะติดตามนายเหนือหัวที่ทั้งเฉลียวฉลาด เด็ดขาด กล้าหาญ มุ่งมั่น และเก่งกาจอย่างข้า?”
ชิงอู๋: ...
เรื่องอื่นยังไม่เห็น แต่เรื่องหน้าหนา เขาเห็นชัดแล้ว
หลังจากถูกจิ่วจิ่วข่มขู่ปนล่อลวงอยู่หลายครา ในที่สุดชิงอู๋ก็รับปาก
ชิงอู๋เพิ่งจากไป จิ่วจิ่วก็ฉวยเสี่ยวฮุยที่ซ่อนอยู่ในผมออกมาทันที
“เสี่ยวฮุย ถึงคราวที่เจ้าต้องแสดงฝีมือแล้ว ไปเรียกพวกพ้องเผ่าพันธุ์ของเจ้าทั้งหมดออกมา พวกเราจะจัดงานชุมนุมหนูครั้งใหญ่กัน”
