จิ่วจิ่วกับคนอื่น ๆ มาถึงวัดพิทักษ์แคว้น ก็ถูกพระในวัดพาไปพักผ่อนที่ห้องรับรอง
วางข้าวของลงแล้ว จิ่วจิ่วก็ตรงดิ่งไปยังโรงครัวเจ
สิ่งที่ทำให้จิ่วจิ่วผิดหวังคือ อาหารเจในโรงครัวรสชาติแย่จริง ๆ
นางกินไปเพียงไม่กี่คำก็หมดความสนใจ ท้องน้อย ๆ พลันส่งเสียงประท้วงหิวโครกคราก
ขณะที่จิ่วจิ่วกำลังคิดหาวิธีทำให้ท้องอิ่ม สาวใช้คนหนึ่งที่ดูคุ้นตาอยู่บ้างก็หิ้วกล่องอาหารมาหานาง
“จวิ้นจู่น้อย นี่เป็นอาหารกลางวันที่นายหญิงของข้าให้ข้านำมาส่ง หากจวิ้นจู่น้อยไม่รังเกียจ ขอได้โปรดรับไว้ด้วยเจ้าค่ะ”
ระหว่างกล่าว สาวใช้ก็เปิดกล่องอาหารออก
ภายในกล่องล้วนเป็นอาหารเจ ทว่าทั้งสีสัน กลิ่น และรสชาติล้วนชวนลิ้มลอง
เพียงมองก็ทำเอาน้ำลายสอ
จิ่วจิ่วจ้องใบหน้าสาวใช้ผู้นั้นอยู่นาน จนอีกฝ่ายเริ่มกระวนกระวาย
จากนั้นนางก็พลันยิ้มแล้วกล่าวว่า “ฝากขอบคุณนายหญิงของเจ้าด้วย”
ความหมายก็คือ นางรับของเหล่านี้ไว้แล้ว
เมื่อเห็นดังนั้น สาวใช้ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก คำนับจิ่วจิ่วแล้วขอตัวจากไป
หลังคนจากไป จิงหงจึงกล่าวว่า “จวิ้นจู่น้อย ยังไม่ทราบทั้งฐานะและจุดประสงค์ของอีกฝ่าย ทางที่ดีอย่า...”
“ไม่เป็นไร” จิ่วจิ่วหยิบตะเกียบคีบอาหารใส่ปาก เคี้ยวแล้วกลืนลงไปทันที
จิงหงคิดจะห้าม ทว่าชิงอู๋กลับขวางไว้เงียบ ๆ
ชิงอู๋อยู่ข้างกายจวิ้นจู่น้อยมานานกว่า จึงเข้าใจนางดีกว่า
เขารู้ว่าจวิ้นจู่น้อยเพียงอายุยังน้อย แต่หาได้โง่เขลาไม่
สิ่งที่จิงหงกล่าวเมื่อครู่ จวิ้นจู่น้อยย่อมคิดได้ทั้งหมดแล้ว
ที่นางยังเลือกกินอาหารเหล่านี้ต่อ มีความเป็นไปได้เพียงสองประการ
