อะไรกันนี่?
จิ่วจิ่วคิดว่าตนฟังผิด จึงยกนิ้วแคะหู
ก่อนเอ่ยถามจักรพรรดิจิ้นยวนตี้ว่า “เสด็จปู่ เมื่อครู่ตรัสว่าอะไรหรือ ข้าฟังไม่ชัด ตรัสอีกครั้งเถิด!”
ตอนเอ่ยสี่คำสุดท้าย น้ำเสียงเจือแววขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่หลายส่วน
จักรพรรดิจิ้นยวนตี้ไม่ทันสังเกตปฏิกิริยาผิดปกติของจิ่วจิ่ว ยังคงหัวเราะร่าแล้วตรัสกับนางว่า “หย่งอาน ต่อไปเจ้าก็จะมีน้องสาวแล้ว ฝูเป่าเกิดปี เดือน วันเดียวกับเจ้า แม้แต่ยามเกิดก็ห่างกันเพียงเล็กน้อย นี่ช่างเป็นวาสนาที่สวรรค์ประทานมา พวกเจ้าพี่น้องภายหน้าต้องปรองดองกันให้ดี”
“ขอบพระทัย แต่ไม่จำเป็น” จิ่วจิ่วแทบอดใจไม่ไหว เกือบยกพื้นรองเท้าฟาดพระพักตร์ชราของจักรพรรดิจิ้นยวนตี้
น้องสาวบ้าบออะไรกัน! นางมีเพียงหนึ่งเดียว ไม่ต้องการพี่น้อง
จักรพรรดิจิ้นยวนตี้คิดเพียงว่านางยังเยาว์วัย จึงหันไปทอดพระเนตรเซียวจิ่วเยวียน “ไท่จื่อ ต่อไปฝูเป่าก็เป็นธิดาของเจ้าเช่นกัน...”
“กระหม่อมขอปฏิเสธ กระหม่อมมีธิดาแล้วพ่ะย่ะค่ะ” เซียวจิ่วเยวียนตัดบทจักรพรรดิจิ้นยวนตี้ น้ำเสียงเย็นชา
จักรพรรดิจิ้นยวนตี้เห็นได้ชัดว่าไม่คาดคิดว่าเซียวจิ่วเยวียนจะปฏิเสธ หลังนิ่งอึ้งไปก็อธิบายอย่างอดทน “ไท่จื่ออย่าเพิ่งรีบปฏิเสธ เราให้สำนักโหรหลวงคำนวณดวงชะตาของเจ้ากับฝูเป่ามาแล้ว ดวงชะตาเจ้ามีเคราะห์ติดตัว ชีวิตขรุขระ ต้องมีผู้มีบุญบารมีช่วยเหลือจึงจะคลายเคราะห์ร้ายในดวงได้”
“ดวงชะตาของฝูเป่ากับเจ้าส่งเสริมเกื้อหนุนกัน หากมีนางอยู่ข้างกาย ภายหน้าเจ้าจะพ้นเคราะห์พบโชคดี ทุกเรื่องราบรื่น ฝูเป่าคือดาวนำโชคในดวงของเจ้า”
ดาวนำโชคหรือ?
แววเย้ยหยันพาดผ่านส่วนลึกในดวงตาของเซียวจิ่วเยวียน
สูบโชคชะตาของเขาจนหมด ทำให้เคราะห์ร้ายพันพัว จนกลายเป็นคนพิการน่ะหรือ?
“ไม่จำเป็นพ่ะย่ะค่ะ” เซียวจิ่วเยวียนปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย
เขาเหลือบมองร่างเล็กข้างกายโดยไม่รู้ตัว แววตาอ่อนโยนขึ้นหลายส่วน
