“ตูม!” เสียงคนตกน้ำดังขึ้น
ไป๋เสี่ยวหนิงยังมองไม่ทันว่าใครตกน้ำ ก็ถูกคนเบียดไปอยู่ด้านหลัง
เหล่านางกำนัลพากันกรูเข้าไป บังสายตาของไป๋เสี่ยวหนิงไว้พอดี
ไป๋เสี่ยวหนิงรู้เพียงว่ามีคนตกน้ำ แล้วก็ได้รับการช่วยเหลือขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
“เมื่อครู่นี้เกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่?”
หลังช่วยคนตกน้ำขึ้นมาแล้ว แม่นมผู้หนึ่งในชุดนางกำนัลแห่งวังซึ่งดูน่าเกรงขามยิ่งก็ขมวดคิ้ว เอ่ยถามอย่างเคร่งขรึม
เหล่านางกำนัลต่างก้มหน้าต่ำ ไม่กล้าพูด
จิ่วจิ่วกำลังจะเอ่ยปาก ก็ถูกไป๋เสี่ยวหนิงดึงไว้เสียก่อน
“จิ่วจิ่ว เจ้าผลักองค์หญิงใหญ่ตกน้ำได้อย่างไร? องค์หญิงใหญ่กำลังตั้งครรภ์ หากตกใจจนกระทบกระเทือนเด็กในครรภ์จะทำเช่นไร?” ไป๋เสี่ยวหนิงกดเสียงต่ำกล่าวกับจิ่วจิ่ว
จิ่วจิ่วส่ายหน้าปฏิเสธ “ข้าไม่ได้ผลักนาง ไม่ใช่ข้า”
ไป๋เสี่ยวหนิงกลับยกมือปิดปากนาง แล้วกระซิบว่า “แม่รู้ว่าเจ้าไม่ได้ตั้งใจ วางใจเถิด แม่จะไม่แพร่งพรายเรื่องนี้ออกไป”
กล่าวจบ ไป๋เสี่ยวหนิงก็คล้ายตัดสินใจบางอย่างได้ จึงก้าวออกไปยืนอย่างเด็ดเดี่ยวแล้วกล่าวกับแม่นมผู้นั้นว่า “ข้าเองที่เผลอผลักองค์หญิงใหญ่ตกน้ำ ไม่เกี่ยวกับบุตรสาวของข้า พวกท่านจะลงโทษหรือเฆี่ยนตี ก็ให้มาลงที่ข้า อย่าทำร้ายบุตรสาวข้า”
ขณะกล่าว นางปกป้องจิ่วจิ่วไว้ด้านหลัง ท่าทางราวกับมารดาผู้รักและห่วงใยบุตรยิ่งนัก
“ข้าไม่...” จิ่วจิ่วแงะมือของนางออกเพื่ออธิบาย แต่ไป๋เสี่ยวหนิงก็ปิดปากนางไว้อีกครั้ง
เพื่อยัดเยียดความผิดเรื่องผลักองค์หญิงใหญ่ตกน้ำให้จิ่วจิ่ว ไป๋เสี่ยวหนิงยังกล่าวต่อว่า “บุตรสาวข้าเป็นจวิ้นจู่เพียงคนเดียวแห่งตำหนักบูรพา หากพวกท่านคิดจะเอาเรื่องนี้ ก็เท่ากับเป็นศัตรูกับตำหนักบูรพา พวกท่านจงคิดให้ดี!”
