เมื่อฝูเป่าเห็นจิ่วจิ่วทั้งสามคน นางก็ชะงักไปเช่นกัน
สายตาของนางกวาดผ่านไป๋เสี่ยวหนิงอย่างไม่ตั้งใจ แต่ไม่ได้หยุดมอง
กลับแสร้งทำเป็นไม่รู้จักอีกฝ่าย แล้วเบนสายตาไปทางอื่น
“คารวะไท่จื่อ คารวะจวิ้นจู่หย่งอาน”
ฝูเป่าก้าวเข้าไปคำนับพวกเขา
ตลอดเวลานางไม่เหลือบมองไป๋เสี่ยวหนิงแม้แต่ครั้งเดียว
ประหนึ่งพวกนางเป็นคนแปลกหน้าที่ไม่เคยพบกันมาก่อน
“อืม” เซียวจิ่วเยวียนพยักหน้าเล็กน้อย
จิ่วจิ่วกลับทักทายฝูเป่าอย่างสนิทสนม “เอ๊ะ ช่างบังเอิญนัก เจ้ามาซื้อเครื่องประดับที่ร้านเจินเป่าจ้ายเหมือนกันหรือ”
“ใช่ ช่างบังเอิญจริง ๆ” ปากฝูเป่ากล่าวเช่นนั้น ทว่าในใจกลับลอบบ่นว่า เหตุใดจึงบังเอิญพบกันได้ถึงเพียงนี้?
ไป๋เสี่ยวหนิงยังไม่ได้รับความไว้วางใจจากสองพ่อลูกคู่นี้ หากเซียวจิ่วเยวียนจับพิรุธได้ แผนการของนางมิพังพินาศหรอกหรือ
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ ฝูเป่าก็เริ่มร้อนใจอยู่บ้าง
นางหาข้ออ้างว่าจะขอตัวจากไป
จิ่วจิ่วกลับรั้งนางไว้ “ไม่ต้องรีบร้อน เลือกเครื่องประดับให้เสร็จก่อนค่อยไปก็ยังไม่สาย เมื่อครู่เถ้าแก่เพิ่งนำเครื่องประดับชุดใหม่ออกมาพอดี เจ้าเข้ามาเลือกได้เลย”
“หรือว่าเจ้าทำเรื่องไม่ดีอะไรไว้ จึงไม่กล้าเผชิญหน้ากับข้า ถึงได้คิดจะจากไปอย่างเร่งร้อน?”
ประโยคหลังนี้ จิ่วจิ่วกล่าวกับฝูเป่าด้วยน้ำเสียงกึ่งหยอกเย้ากึ่งจริงจัง
หัวใจของฝูเป่าหล่นวูบ
นางลอบคิดว่า หรืออีกฝ่ายจะมองอะไรออกอีกแล้ว?
หรือไป๋เสี่ยวหนิงเผยพิรุธ?
เป็นไปไม่ได้
ฐานะของไป๋เสี่ยวหนิงไม่มีทางผิดพลาด หรือคนที่นางส่งไปรับไป๋เสี่ยวหนิงจะถูกสืบพบแล้ว?
