“เจ้ามานี่” จิ่วจิ่วชี้ไปยังชายที่กำลังด่าทอผู้นั้น
ชายคนนั้นชะงักงัน แม้ไม่รู้ว่านางต้องการทำสิ่งใด แต่ก็ยังเดินเข้ามาอย่างว่าง่าย
จิ่วจิ่วเอ่ยอีกว่า “ย่อตัวลงหน่อย”
“เจ้าคิดจะทำอะไร? ข้าขอเตือนไว้ก่อน ข้าไม่ใช่คนที่ใครจะมารังแกได้ง่าย ๆ …เพียะ…”
ชายผู้นั้นยังกล่าวไม่ทันจบ จิ่วจิ่วก็ยกมือฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าเขาอย่างแรง
ฝ่ามือนี้ จิ่วจิ่วออกแรงอย่างเต็มที่
ชายผู้นั้นถูกฟาดจนหมุนคว้างอยู่กับที่ถึงสองรอบ
“สารเลวเอ๊ย…”
“เพียะ!”
คำด่าของชายผู้นั้นเพิ่งหลุดจากปาก ก็ถูกตบอีกฉาด
คราวนี้ฟันของเขาร่วงหลุดออกมาหมด
เขาอ้าปากถ่มเลือดออกมาคำหนึ่ง ในกองเลือดมีฟันขาวสองซี่ปะปนอยู่
“อย่าโกรธเลย ข้าช่วยสั่งสอนเขาแทนเจ้าแล้ว ไม่โกรธ ไม่โกรธนะ กินลูกอมนี่สิ”
จิ่วจิ่วตบชายผู้นั้นไปสองฉาด จึงหันไปกล่าวเสียงเบากับอู๋ซินที่ยังมีโทสะเต็มใบหน้า
นางดึงแขนเสื้ออู๋ซินให้ก้มหน้าลง แล้วส่งลูกอมเม็ดหนึ่งเข้าปากเขา
ลูกอมในปากราวกับน้ำเย็นถังหนึ่ง ราดลงมาจากศีรษะจรดปลายเท้า
จิตสังหารในดวงตาอู๋ซินเริ่มเลือนหาย แววตาของเขาค่อย ๆ กลับมากระจ่างชัด
ยามนี้อู๋ซินเองก็ตระหนักได้ว่า ตนตกหลุมพรางเข้าแล้ว
“ไป!” เขาอุ้มจิ่วจิ่วขึ้นแล้วใช้วิชาตัวเบาจากไป
หลังออกจากเขตที่ถูกปิดล้อม อู๋ซินจึงวางจิ่วจิ่วลง
“เมื่อครู่ ขอบใจเจ้า” อู๋ซินกล่าวขอบคุณจิ่วจิ่ว
หากมิใช่จิ่วจิ่วเมื่อครู่ เขาคงลงมือสังหารคนไปมากมายแล้ว
แม้ชายผู้นั้นจะมิใช่คนดี แต่ก็ยังไม่ถึงกับต้องตาย
เขาเองก็ไม่อยากกลายเป็นฆาตกร
จิ่วจิ่วยกมือเล็ก ๆ โบกไปมาแล้วกล่าวว่า “เรื่องเล็กน้อย แต่เจ้ายังจำได้หรือไม่ว่าติดกับที่ใด? พวกเราอยู่ด้วยกันแท้ ๆ เหตุใดข้าจึงไม่เป็นอะไร?”
