ตำหนักบูรพา
จิ่วจิ่วเพิ่งกลับมา ก็เห็นเซียวจิ่วเยวียนยืนหน้าบึ้งอยู่ด้านในประตูใหญ่
“เจ้าทำอะไรน่ะ? ตกใจหมด” จิ่วจิ่วเกือบคิดว่าตนเห็นเทพหน้าดำเข้าเสียแล้ว
เซียวจิ่วเยวียนถามเสียงขรึม “วันนี้เจ้าไปทำอะไรมาบ้าง?”
เวลานี้จิ่วจิ่วยังไม่ทันรู้ว่ามีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้น
ปากเล็ก ๆ ของนางพร่ำตอบ “ข้าไปตระกูลลั่วมาไง เจ้าไม่รู้หรือ?”
“ก่อนไปตระกูลลั่ว เจ้าไปทำอะไรมา?” เซียวจิ่วเยวียนถามต่อด้วยใบหน้าบึ้งตึง
จิ่วจิ่วส่ายหน้า “ข้าไม่ได้ทำอะไรเลย เสี่ยวเยวียนจื่อ เจ้าลืมกินยาแล้วหรือ?”
เห็นนางยังไม่ยอมพูดความจริง ใบหน้าของเซียวจิ่วเยวียนยิ่งดำคล้ำกว่าเดิม
เขากัดฟันเอ่ยทีละคำ “เจ้าไปหอคณิกา ขอให้บุรุษกลุ่มหนึ่งมาปรนนิบัติใช่หรือไม่?”
“เจ้ารู้ได้อย่างไร?” จิ่วจิ่วประหลาดใจไม่น้อย
เซียวจิ่วเยวียนหรี่ตา แววตาเป็นประกายอันตราย “เจ้านี่ช่างกล้านัก อายุยังน้อยก็กล้าไปเที่ยวหอคณิกา อีกไม่กี่ปีเจ้าคงเริ่มดื่มสุราเคล้าบุปผาแล้วกระมัง?”
จิ่วจิ่วส่ายหน้า “ไม่หรอก”
ได้ยินคำตอบของนาง สีหน้าของเซียวจิ่วเยวียนจึงคลายลงเล็กน้อย
แต่แล้วจิ่วจิ่วก็เอ่ยต่อ “ไม่ต้องรออีกไม่กี่ปีหรอก อีกไม่กี่วันพอร่างกายข้าหายดี ข้าก็ไปได้แล้ว พี่ชายรูปงามทั้งหลายบอกว่า ยินดีต้อนรับให้ข้าไปเที่ยวบ่อย ๆ”
“เซียว จิ่ว จิ่ว!”
เซียวจิ่วเยวียนเดือดดาลจนคำราม “เจ้าอายุเท่าไรเองก็คิดจะดื่มสุราเคล้าบุปผาแล้ว เชื่อหรือไม่ว่าข้าจะหักขาเจ้าเสีย?”
“ผู้ใดบัญญัติว่าอายุน้อยแล้วห้ามดื่มสุราเคล้าบุปผากัน? เอาเถิด ๆ ข้าไม่ดื่มก็พอแล้วกระมัง!” จิ่วจิ่วมองเซียวจิ่วเยวียนด้วยสีหน้าประหนึ่งกำลังบอกว่าเขาช่างเป็นผู้ใหญ่ที่ไร้เหตุผลเสียจริง
