ภายในกรมพระอาญาสิทธิ์ ใต้เท้าฟ่านกำลังหารือราชการกับผู้ใต้บังคับบัญชา
ทันใดนั้น มือปราบนายหนึ่งก็เร่งรุดเข้ามา
“ใต้เท้า จับคนที่คิดลอบเข้าไปในห้องเก็บศพได้หลายคนขอรับ” ขณะเอ่ย มือปราบมีสีหน้าซับซ้อนอยู่บ้าง
ใต้เท้าฟ่านมิได้คิดมาก เพียงขมวดคิ้วกล่าวว่า “บุกรุกห้องเก็บศพถือเป็นความผิดร้ายแรง สอบถามเหตุผลให้ชัด แล้วลากตัวไปโบยสามสิบไม้”
“ไม่ได้ขอรับ!” มือปราบรีบเอ่ยห้าม
“เหตุใดจึงไม่ได้?” ใต้เท้าฟ่านขมวดคิ้ว
มือปราบมองใต้เท้าฟ่านอย่างลังเล ก่อนก้าวเข้าไปใกล้สองก้าวแล้วกระซิบสองสามประโยค
เมื่อได้ยินเช่นนั้น รูม่านตาของใต้เท้าฟ่านก็หดวูบ
เหตุใดจึงเป็นเจ้าตัวแสบผู้นั้นไปได้?
“รีบพาข้าไปเดี๋ยวนี้” ใต้เท้าฟ่านสั่งให้มือปราบนำทางทันที
เมื่อใต้เท้าฟ่านไปถึง จิ่วจิ่วกับคนอื่น ๆ กำลังเท้าเอวโต้เถียงกับมือปราบที่เฝ้าห้องเก็บศพ
“ให้พวกเราดูศพหน่อยแล้วจะเป็นไรไป? เนื้อหนังพวกเขาก็ไม่หายไปสักชิ้นเสียหน่อย” เจ้าก้อนแป้งอ้วนเนื้อตัวเปื้อนโคลน มอมแมมไปทั้งตัว เท้าเอวป้อม ๆ เถียงกับมือปราบ
มือปราบไม่รู้จักเจ้าก้อนแป้งอ้วน แต่รู้จักจิ่วจิ่ว
พวกเขาปฏิบัติต่อทุกคนอย่างสุภาพ ทว่าก็ยังไม่ยอมให้เข้าไปในห้องเก็บศพ
ในห้องนั้นมีศพสารพัดชนิด หากเผลอทำให้ท่านตัวน้อยทั้งหลายตกใจขึ้นมา แล้วเบื้องบนเอาเรื่อง พวกเขาคงรับโทษไม่ไหว
“ท่านทั้งหลายอย่าทำให้พวกเราลำบากใจเลย หากปล่อยให้เข้าไป พวกเราต้องถูกโบยเป็นแน่” มือปราบทั้งสองกล่าวยิ้มเจื่อน สีหน้าขมขื่น
เจ้าก้อนแป้งอ้วนชี้ไปทางจิ่วจิ่ว ทำท่าข่มขู่ราวกับมีอำนาจหนุนหลัง “มีอาจารย์ตัวน้อยของข้าอยู่ ใครจะกล้าโบยพวกเจ้า?”
“พวกเจ้ารีบหลีกทาง อย่าขัดขวางพวกเราทำธุระสำคัญ”
