อู๋ซินในชุดแดงสด ศีรษะเกลี้ยงเกลาไร้เส้นผม เดินเข้ามา
เมื่อเห็นอู๋ซิน คนจากจวนหรงกั๋วกงที่เมื่อครู่ยังยิ้มแย้ม ต่างพากันเปลี่ยนสีหน้า
โดยเฉพาะสตรีงามที่หัวเราะร่าเริงที่สุดเมื่อครู่ ยามนี้นางมองอู๋ซินราวกับสายตาเคลือบยาพิษ
หากสายตาฆ่าคนได้ อู๋ซินคงถูกสับจนกลายเป็นไส้เกี๊ยวไปแล้ว
จุ๊ ๆ นี่คือมารดาแท้ ๆ ของเขาเชียวหรือ
จิ่วจิ่วจุ๊ปากในใจ ดวงตาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นยินดีที่กำลังรอชมเรื่องสนุก
“สำรวมหน่อย” เซียวจิ่วเยวียนทนดูต่อไปไม่ไหว จึงเอ่ยเตือนเสียงเบา
จิ่วจิ่วทำราวกับไม่ได้ยิน ยิ้มจนหุบปากไม่ลง
ขณะที่อู๋ซินกำลังถูกบ่าวรับใช้พาไปยังที่นั่งมุมอับด้านในสุด นางก็ลุกขึ้นโบกมือเรียก “พี่ชายอู๋ซิน ทางนี้ ๆ”
อู๋ซินเห็นดังนั้นก็เดินอ้อมบ่าวรับใช้ที่นำทางมาตรงหน้าจิ่วจิ่วทันที
“จวิ้นจู่น้อย บังเอิญจริง” เอ่ยจบ เขายังขยิบตาให้จิ่วจิ่ว
จิ่วจิ่วยิ้มตอบจนดวงตาหยีเป็นเส้น
หลังเชิญอู๋ซินนั่งลง จิ่วจิ่วจึงถามเสียงเบา “คนที่อยากใช้สายตาสับเจ้าจนเป็นไส้แล้วยัดใส่เกี๊ยวผู้นั้น เป็นมารดาแท้ ๆ ของเจ้าหรือไม่?”
อู๋ซินเงยหน้ามองสตรีงามแวบหนึ่ง ไม่สนใจสายตาที่ราวกับเคลือบยาพิษของนาง ทั้งยังยกจอกขึ้นส่งให้และเผยรอยยิ้มงดงาม
สตรีงามโกรธจนสีหน้าเปลี่ยนไปมาราวกับจานสี เดี๋ยวเขียวเดี๋ยวม่วง
เห็นเช่นนั้น อู๋ซินก็อารมณ์ดีขึ้นไม่น้อย ก่อนตอบจิ่วจิ่วว่า “อืม นางนั่นแหละ”
“มอบเงินหนึ่งหมื่นตำลึงให้ข้า แล้วข้าจะช่วยทำให้นางโกรธจนแทบตาย เอาหรือไม่?”
จิ่วจิ่วถูมือไปมา เตรียมรับเงินแล้วก่อเรื่อง ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว
