“เพราะเหตุใด?” เมื่อได้ยินถึงตรงนี้ จิ่วจิ่วก็เอ่ยขัดเซียวจิ่วเยวียน
เซียวจิ่วเยวียนจิบชาแล้วเล่าต่อ
ที่แท้ หลังจากหรงกั๋วกงรับอู๋ซินกลับจวหรงกั๋วกงแล้ว ก็สั่งกำชับบิดามารดาแท้ ๆ ของอู๋ซินให้ดูแลเขาเป็นอย่างดี
ช่วงแรก คนในจวนกั๋วกงยังปฏิบัติต่ออู๋ซินไม่เลว
แต่เมื่อเวลาผ่านไป พวกเขาก็เริ่มรังเกียจที่อู๋ซินประจบเอาใจพวกตนไม่เก่งเทียบเท่าเด็กหญิงชาวบ้านที่ฮูหยินน้อยอุ้มมา
อีกทั้งหรงกั๋วกงยังให้ความสำคัญกับอู๋ซิน ทำให้คนจากเรือนอื่น ๆ ต่างพากันอิจฉา
มีคนไปยุยงฮูหยินน้อยให้แตกคอกับเขา
ฮูหยินน้อยเองก็ไร้หัวคิด
คนอื่นยุแยงเพียงไม่กี่คำ นางกลับเชื่อเป็นจริงเป็นจัง
ไม่ว่ามีเรื่องใดไม่สบอารมณ์ นางก็โยนความผิดทั้งหมดให้อู๋ซิน
หากไม่พอใจก็ดุด่าอู๋ซิน หากร้ายแรงขึ้นมาก็ลงโทษให้คุกเข่า ทั้งยังทุบตีด่าทอ
อู๋ซินในวัยเยาว์ถูกมารดาแท้ ๆ ทรมาน แต่ไม่กล้าฟ้องใคร ทำได้เพียงซ่อนตัวร้องไห้อยู่ใต้ผ้าห่ม
ชีวิตเช่นนี้ดำเนินต่อเนื่องถึงสามปี
ปีที่อู๋ซินอายุแปดขวบ ราชครูออกจากการเก็บตัวฝึกตน จึงขวางหรงกั๋วกงที่เพิ่งกลับจากเข้าเฝ้าเอาไว้ เพื่อจะไปเยี่ยมศิษย์น้อยที่จวนกั๋วกง
ครั้นไปถึง ก็เห็นอู๋ซินสวมเสื้อผ้าบางเบาเพียงชั้นเดียว คุกเข่าอยู่กลางหิมะที่หนาวเหน็บ บนศีรษะยังมีแจกันใบหนึ่งวางอยู่
ราชครูเดือดดาลอย่างยิ่ง จึงพาตัวเขาไปทันที
ไม่ว่าหรงกั๋วกงจะกล่าวอ้อนวอนเพียงใด ราชครูก็ไม่ยอมให้เขาพาอู๋ซินกลับไปอีก
หลายปีหลังจากนั้น อู๋ซินแทบไม่ข้องเกี่ยวกับจวนหรงกั๋วกงอีกเลย
“เช่นนั้นเหตุใดอู๋ซินถึงให้ข้าไปเป็นเพื่อนเขากลับบ้านเล่า?” ในเมื่อไม่ได้ติดต่อกันแล้ว ยังจะกลับไปทำอะไรอีก?
