“เจ้าทำของอาถรรพ์นี่ออกมาด้วยเหตุใด?”
หลังออกจากตระกูลลั่ว อู๋ซินก็อดใจรอไม่ไหว โยนรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมหยกโลหิตให้จิ่วจิ่ว
เขาไม่อยากถือไว้แม้สักอึดใจเดียว
ราวกับรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมหยกโลหิตเป็นสิ่งสกปรกน่าขยะแขยง
จิ่วจิ่วรับไว้แล้วโยนกลับให้อู๋ซินทันที
อู๋ซินกำลังจะโยนให้นางอีกครั้ง จิ่วจิ่วก็วิ่งหนีไปในทันใด ทั้งยังเอามือทั้งสองไพล่หลังแล้วกล่าวว่า
“อย่าเอามาให้ข้า ข้าไม่เอา หากทำแตกขึ้นมา อย่ามาโทษข้าก็แล้วกัน”
เห็นนางเป็นเช่นนี้ อู๋ซินจึงมิได้โยนให้จริง ๆ
แต่เขาก็มิได้ถือไว้เฉย ๆ เช่นกัน กลับฉีกชายเสื้อออกมาเป็นแถบ ผูกไว้รอบคอรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมหยกโลหิต แล้วใช้นิ้วสองนิ้วคีบเชือกหิ้วเอาไว้
มองเผิน ๆ คล้ายรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมหยกโลหิตกำลังแขวนคอตาย
ภาพนั้นดูอย่างไรก็ชวนให้ขนลุก
“เจ้ายังมิได้ตอบคำถามข้า เจ้าทำของอาถรรพ์นี่ออกมาด้วยเหตุใด?” อู๋ซินถามซ้ำ
จิ่วจิ่วเหลือบมองเขา “เจ้าก็แสร้งทำต่อไปเถิด”
อู๋ซินย้อนถามอย่างไร้เดียงสาว่า “หมายความว่าอย่างไร?”
“ใต้ฐานของสิ่งนี้ มีตราประทับของจวนราชครูอยู่”
สิ้นคำของจิ่วจิ่ว อู๋ซินก็ยกรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมหยกโลหิตขึ้นทันที เพื่อตรวจดูใต้ฐาน
จากนั้นจึงรู้ว่าตนถูกหลอกเข้าแล้ว
“เจ้าหลอกข้า” อู๋ซินเพิ่งตระหนักได้ว่าตนติดกับ
จิ่วจิ่วยักไหล่ “ข้าก็พูดส่งเดช ใครจะรู้ว่าเจ้าจะเชื่อจริง ๆ”
“เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าเกี่ยวข้องกับจวนราชครู?” อู๋ซินนึกไม่ออกว่าตนเผยพิรุธตรงไหน
จิ่วจิ่วยิ้มเจ้าเล่ห์ราวกับสุนัขจิ้งจอก “ก่อนหน้านี้ไม่รู้ บัดนี้รู้แล้ว”
