จิ่วจิ่วและคนอื่น ๆ เพิ่งเข้าวังมา และเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้จักรพรรดิจิ้นยวนตี้ฟังจบ
องค์ชายสี่ก็ไล่ตามเข้าวังมา
“ลูกถวายคำนับเสด็จพ่อพ่ะย่ะค่ะ”
“ปัง!”
องค์ชายสี่เพิ่งกล่าวจบ ถ้วยชาในมือจักรพรรดิจิ้นยวนตี้ก็ถูกขว้างใส่เบื้องหน้าเขา
น้ำชาร้อนที่สาดกระเซ็นกับเศษถ้วยชาทิ้งรอยและบาดแผลไว้บนมือและใบหน้าขององค์ชายสี่
ทว่าองค์ชายสี่กลับไม่กล้าหลบ
เขามองจักรพรรดิจิ้นยวนตี้อย่างน้อยใจ “เสด็จพ่อ ลูกกักบริเวณอยู่ในจวนมาหลายวัน ไม่เคยออกไปไหน ไม่ทราบว่าทำสิ่งใดให้เสด็จพ่อทรงกริ้วหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
จักรพรรดิจิ้นยวนตี้ตรัสด้วยสีหน้ามืดครึ้ม “เจ้ายังมีหน้าพูดอีกหรือ หย่งอานเป็นหลานสาวของเจ้า เหตุใดเจ้าจึงลงมือทำร้ายหลานแท้ ๆ ของตนได้ การกระทำเช่นนี้ต่างอะไรกับสัตว์เดรัจฉาน?”
เมื่อได้ยินจักรพรรดิจิ้นยวนตี้ตรัสว่าตนไม่ต่างจากสัตว์เดรัจฉาน แววอาฆาตก็วาบผ่านก้นบึ้งดวงตาขององค์ชายสี่อย่างรวดเร็ว
ทว่าสีหน้ายังคงเต็มไปด้วยความน้อยใจและไร้เดียงสาเช่นเดิม “เสด็จพ่อ ลูกถูกใส่ร้ายพ่ะย่ะค่ะ! ก่อนหน้านี้มีคนวางแผนใส่ร้ายลูก จนชื่อเสียงเกือบป่นปี้ หย่งอานเป็นคนเก็บลูกกลับมาจากถนน นางคือผู้มีพระคุณของลูก”
“เสด็จพ่อทรงอบรมลูกมาตั้งแต่เล็กว่า ผู้มีคุณควรตอบแทนคุณ ลูกน้อมรับพระดำรัสสั่งสอน แล้วจะลงมือกับผู้มีพระคุณได้อย่างไร ยิ่งไปกว่านั้น หย่งอานยังเป็นธิดาเพียงคนเดียวของไท่จื่อ เป็นหลานสาวแท้ ๆ ของลูก ลูกจะกระทำเรื่องเลวทรามยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉานเช่นนั้นได้อย่างไรพ่ะย่ะค่ะ?”
ถ้อยคำจากใจขององค์ชายสี่ทำให้สีหน้าจักรพรรดิจิ้นยวนตี้คลายลงเล็กน้อย
